• เที่ยวทุ่งดอกไม้ป่าดงนาทาม ชมพระอาทิตย์ขึ้นผาชนะได

    ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดอกไม้หลายที่เริ่มบาน อีกหนึ่งสถานที่ที่ฉันตั้งใจอยากไปมานาน มีดอกไม้ป่าและธรรมชาติสวยให้ได้ชม  เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนชอบถ่ายภาพดอกไม้  นั่นคือ ทุ่งดอกไม้ป่าดงนาทาม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม  จ. อุบลราชธานี  ซึ่งดอกไม้จะเริ่มบานในช่วงปลายต.ค. – กลาง ธ.ค. ของทุกปี

    dongnatham

     

    เดินทางมาถึงตัวเมืองอุบลแต่เช้าตรู่  หลังจากล้างหน้าล้างตาก็รับประทานอาหารเช้า ได้ยินว่าในตัวเมืองอุบลมีร้านเด่น ร้านดัง  คือ ร้านสามชัยกาแฟ ตั้งอยู่ตรงข้ามศาลจังหวัดอุบล ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาทาน เมนูเด็ด เช่น ไข่กระทะ ก๋วยเตี๋ยวญวน และหมูยอ  เข้ามานั่งในร้านคุณพี่ผู้ชายคนนี้คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของร้าน กำลังพูดคุยกับลูกค้าผ่านไมค์ลอยสนุกเลยทีเดียว ระหว่างทำอาหารไปก็อธิบายของฝากเด่นประจำร้าน ที่พูดบ่อยก็คือ หมูยอ กุนเชียง บอกว่าไม่ใส่ผงชูรส อร่อยเนื้อหมูล้วนๆ อะไรก็ว่าไป  นั่งทานข้าวฟังคุณพี่พูดไปเพลินดี

     

    DEW_3047

     

    มาถึงหน้าตาเมนูอาหารหลักๆ ที่สั่ง คือ  ไข่กระทะ ต้มเลือดหมู โจ๊ก  ก๋วยจั๊บญวน หลังจากทานแล้วสมาชิกทุกคนลงความเห็นว่ารสชาติธรรมดาถึงขั้นไม่ผ่าน  หรืออาจเป็นเพราะอาจไม่ใช่รสชาติที่ถูกปากพวกเราก็เป็นได้ ผิดหวังกันเล็กน้อย แต่จากประสบการณ์ ส่วนใหญ่ร้านอาหารดังของจังหวัดเท่าที่เคยไปทาน แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นที่อร่อยตามคำล่ำลือ ร้านข้างทางธรรมดาที่คนมองข้ามน่าจะอร่อยกว่าเยอะ  ในความรู้สึกของฉันร้านนี้เน้นในเรื่องของฝากมากกว่า รสชาติหมูยอที่เอามาให้ชิมก็ถือว่าใช้ได้

     

    Untitled-1

     

    ทานอาหารเรียบร้อยแล้วถึงเวลาล้อหมุน ประมาณ 1 ชั่วโมงจากตัวเมืองอุบล ฉันตั้งใจมาชมทุ่งดอกไม้ป่าผาแต้มซึ่งอยู่บริเวณน้ำตกสร้อยสวรรค์  ต้องอธิบายก่อนว่าทุ่งดอกไม้ป่าของอุบลในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีให้ชม 2 แห่ง คือ ทุ่งดอกไม้ผาแต้ม อ. ผาแต้ม ตรงน้ำตกสร้อยสวรรค์ ที่นี่เดินทางง่ายรถทุกประเภทเข้าถึง หลังจากนั้นเดินเข้าไปแค่ 500 เมตร เส้นทางเรียบปกติเดินง่ายมาก และอีกหนึ่งแห่ง คือ ทุ่งดอกไม้ป่าดงนาทามซึ่งมีให้ชมเยอะและมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า ตั้งอยู่อีกอำเภอ คือ อ.นาโพธิ์กลาง แต่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้มเช่นกันซึ่งที่นี่คือจุดหมายหลักของฉันในทริปนี้   แต่มาถึงอุบลแล้วก็เที่ยวให้ครบ คณะฉันไปชมทุ่งดอกไม้ป่าผาแต้มก่อน แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าดอกไม้ยังไม่บานเท่าไหร่จะบานเต็มที่ช่วงปลายเดือน พ.ย. ไปแล้ว การเดินทางไม่ต้องเข้าไปยังที่ทำการอุทยาน ให้ไปตามป้ายน้ำตกสร้อยสวรรค์เลยค่ะมีป้ายบอกระหว่างทางชัดเจน จากนั้นชำระเงินค่าเข้าอุทยาน ฯ จากด่านชำระเงินเดินไปอีกนิดเดียวประมาณ 500 เมตร  จะมีป้ายบอกเส้นทางเดินไปทุ่งดอกไม้ป่าและน้ำตกสร้อยสวรรค์ ตอนแรกฉันตั้งใจจะไปชมน้ำตกเพียงอย่างเดียวเพราะเห็นว่าดอกไม้ยังไม่บาน แต่บังเอิญมองไม่เห็นป้ายน้ำตกเดินหลงเข้ามาในเส้นทางทุ่งดอกไม้ป่าแทน เห็นน้ำตกระหว่างทาง เข้าใจว่าเป็นน้ำตกสร้อยสวรรค์ เลยถ่ายภาพใหญ่  นึกไปถึงตอนนั้นยังตลกตัวเองคนอื่นเดินไปถูกหมดยกเว้นฉันคนเดียว แต่น้ำตกนี้ก็ดูสวยดี

     

    DEW_3065

    DEW_3071

     

    เดินหาทางไปน้ำตกอยู่ได้ซักพักก็หลงเ้ข้าไปในทุ่งดอกไม้ป่าผาแต้ม ซึ่งยังไม่ออกดอกมากเท่าที่ควร ตามที่เจ้าหน้าที่บอกไว้

     

    DEW_3115

    DEW_3106

     

    หลังจากพยายามหาทางเดินเข้าน้ำตกอยู่นานก็มาเจอสมาชิกที่เดินเข้าไปน้ำตกก่อนหน้านี้ออกมาพอดี ช่วยมาชี้ทางสว่างบอกว่าทางเข้าทางนี้จ้า เส้นทางมีบันไดลงไปตลอดจนถึงตัวน้ำตก ตอนเดินลงไปไม่เท่าไหร่แต่ตอนเดินขึ้นเหนื่อยนิดหน่อย

     

    DEW_3153

     

    น้ำตกสร้อยสวรรค์ คือ น้ำตกที่สวยงามและมีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ลักษณะของการไหลลงจากน้ำตกลงมาจากหน้าผาใหญ่เป็นสายเดียวซึ่งก็ดูงดงามไปอีกแบบ

     

    DEW_3124

    DEW_3127

     

    เมื่อตกลงมาแล้วก็ไหลไปตามหิน ซึ่งมีลักษณะเป็นหลุมแบบนี้ มองดูก็แปลกดีชวนให้นึกถึงสามพันโบก

     

    DEW_3134

    DEW_3149

    DEW_3140

     

    ชื่นชมความงามของน้ำตกแล้วถึงเวลาต้องไปต่อยังจุดหมายไฮไลต์นั่นคือ ทุ่งดอกไม้ป่าดงนาทาม  ใช้เวลาจากน้ำตกสร้อยสวรรค์ประมาณเกือบสองชั่วโมงกว่า เพื่อไปยังอ.บ.ต. บ้านนาโพธิ์กลาง เนื่องจากางเข้าทุ่งดอกไม้ป่าดงนามไม่ได้สะดวกสบายเหมือนทุ่งดอกไม้ป่าผาแต้ม เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวทุกคนที่ต้องการมาเที่ยวที่นี่ ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่รับผิดชอบของอ.บ.ต. บ้านนาโพธิ์กลาง ช่วยจัดการในเรื่องรถกระบะและเต้นท์สำหรับเดินทางและพักแรมที่ป่าดงนาทาม เส้นทางไปป่าดงนาทามไม่ได้แบบอยู่ดีๆฉันมีรถกระบะหรือโฟรวิวและจะขับรถเข้าไปได้เองนะค่ะ เพราะเส้นทางค่อนข้างโหดมากกว่า 2 ชั่วโมงครึ่งเป็นหินและหลุมบ่อบางช่วงก็แคบและถ้าไม่รู้และขำนาญทางอาจลำบากถ้าเข้าไปแล้วไม่รู้ไลน์ในการขับรถ รถอาจชนหินและพังอยู่กลางทางได้มันจะไม่คุ้มกันค่ะ จอดรถไว้ที่ อ.บ.ต. นาโพธิ์กลางแล้วใช้บริการถของชาวบ้านที่เค้าชำนาญทางจะดีกว่า ราคารถไปกลับแค่ 2000 บาทเท่านั้น ยังคุยกับพี่คนขับว่าคุ้มมั้ยนี่ เพราะช่วงล่างของรถต้องปะทะกับหินตลอด  เลยให้เงินเพิ่มไปอีก 500 บาท บริเวณนี้มีร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ อยู่ 1 ร้าน รสชาติอร่อยมาก และมีร้านขายของชำใหญ่พอสมควร สามารถหาซื้อของก่อนขึ้นไปยังป่าดงนาทามได้เลย ข้อมูลป่าดงนาทามและเบอร์โทรติดต่อต่างๆคลิ๊ก  http://paiduaykan.com/province/Northeast/ubonratchathani/dongnatham.html

     

    DEW_3785

    DEW_3782

     

    นั่งรถโยกไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ขาชา ก้นชา จนแทบไม่มีความรู้สึก ระหว่างทางเจอทุ่งดอกไม่ป่ากำลังเริ่มบาน เลยลงมายืดเส้น ยืดสาย ชมดอกไม้ซักหน่อย ซึ่งจะบานอยู่เต็มตามลานหิน  ทุ่งดอกไม้ของที่นี่ดอกไม้หลักมี่เป็นนางเอก ก็จะมีอยู่ 3 ชนิด ที่เห็นดอกน้ำเงิน คือ ดุสิตา สีเหลือง คือ  ดอกสร้อยสุวรรณ  สีขาวกลม คือ  มณีเทวา และสีม่วงอ่อน คือ ดอกทิพเกสร ซึ่งจะบานรวมอยู่ด้วยกันสลับสีสวยงาม ดอกไม้ของจริงค่อนข้างเล็กมาก กว่าจะได้ภาพก็ต้องก้มๆ เงยนอนราบไปกับพื้นตามที่เห็นในภาพ

     

    DEW_3229

     

    ดอกดุสิตา

     

     

    เส้นทางเดินที่ได้ทำไว้ให้ได้ชมดอกไม้อย่างใกล้ชิดโดยที่ไม่ต้องไปเหยียบหรือทำลายมัน

     

     

    ได้เวลานั่งรถโยกเยกต่อ อีก 1 ชั่วโมงกว่า พวกเราก็มาถึงลานกางเต้นท์ ของป่าดงนาทาม ที่นี่ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆไม่มีบ้านพัก มีเพียงศุนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ในแบบอุทยานทั่วไป ในส่วนของอาหาร น้ำดื่มต้องเตรียมมาเอง  ที่นอนก็ต้องนำเต้นมาเอง แต่ถ้าใครไม่มีก็สามารติดต่อขอเช่าเต้นท์พร้อมกับเช่ารถ ที่ อ.บ. ต. นาโพธิ์กลางได้เลย คิดราคาหลังละ 100 บาท นอนได้ 2 คน และเสียค่าบริการกางเต้นท์อีกคนละ 20 บาท

     

     

    ไม่ไกลจากที่กางเต้นท์เดินไปเพียง 200 เมตร ก็จะมีน้ำตกห้วยพอก ซึ่งหากใครไม่อยากอาบน้ำของอุทยานอยากแบบ see view ก็ไปอาบน้ำที่น้ำตกได้ค่ะ  ในช่วงเวลาเย็น กิจกรรมของที่นี่ คือ นั่งรถไปชมพระอาทิตย์ตกยัง เสาเฉลียงคู่ หากไม่มาชมเรียกว่ามาไม่ถึง เพราะเป็นอีก 1 ไฮไลต์ของการมาเที่ยวป่าดงนาทาม นั่งรถโยกเยกประทะหินประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าเกือบไม่ทันแสงเย็น

     

     

    แม้แต่ในยามค่ำป่าดงนาทามใช่ว่าจะเงียบเหงา มีดาวสวยเต็มฟ้าให้เราได้นั่งชม  มองแล้วเหมือนอยู่ใกล้ตัวเราแค่นิดเดียวเอง

     

     

    เช้าวันใหม่ออกเดินทางจาก]านกางเต้ทน์ตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง เพื่อนั่งรถไปยังผาชนะได เพื่อชมแสงทองของวันใหม่  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที   พระอาทิตย์ตกหลังสุดในประเทศไทย ณ แหลมพรมเทพ เคยไปชมมาแล้วหลายครั้ง แต่พระอาทิตย์ขึ้นก่อนที่ไหนยังไม่เคยไปชมซักที ปกติเคยได้ยินแต่ข่าวรายงานพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผาชนะได จ. อุบลราชธานี เวลา …… ได้มีโอกาสมาเห็นแสงแรกด้วยตัวเอง พระอาทิตย์ขึ้นเร็วมาก เวลา ตี 5.15 น ซึ่งพี่คนขับรถบอกว่าจะขึ้นประมาณเวลานี้ทุกวัน

     

     

    ผาชนะไดเป็นหน้าผาหิน มีลานกว้างซึ่งมีพื้นที่ไม่มากนักให้ได้ชมวิว นั่งดูสายหมอกบางที่ลอยคลอเคลียอยู่เหนือลำน้ำโขงซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตแดนไทยลาว

     

     

    พระอาทิตย์ค่อยลอยสูงขึ้นนั่งมานาน ยืนขึ้นมารับแสงอรุณกันแบบเต็มๆซักหน่อย

     

     

    สำหรับฉันที่ผาชนะได แค่ต้องการมาชมพระอาทิตย์ขึ้นและแสงสวยๆเท่านั้น การได้มาเห็นหมอกลอยบางเป็นอะไรที่ไม่ได้คาดหวัง แค่พอจะรู้ว่าถ้าโชคดีเราอาจได้มีโอกาสเจอหมอกไม่มากก็น้อย  ซึ่งสำหรับฉันได้เห็นภาพนี้ก็เพียงพอและมีความสุขแล้ว

     

     

    เป็นการยืนมองวิวที่วิเศษสุดๆ รู้สึกว่าคุ้มค่ากับการที่เรานั่งรถมาไกลผ่านเส้นทางที่ค่อนข้างโหดและลำบาก บอกเลยตั้งแต่นั่งรถกระบะในเส้นทางออฟโรดมาหลายปี  ดอยแม่ตะมาน ว่าโหดแล้ว ที่ป่าดงนาทามเป็นอะไรที่โหดกว่าและโหดที่สุด แต่เมื่อได้เห็นภาพดอกไม้สวยๆและภาพขนะไดแบบนี้ด้วยตาของเราเอง  บอกได้คำเดียว คุ้มค่ามาก

     

     

    ฟ้าสว่างขนาดนี้ถ้าเป็นจังหวัดอื่นก็น่าจะเวลา 7 หรือ 8 โมงกว่า แต่ที่ผาชนะได บรรยากาศแบบนี้หันไปมองนาฬิกา 6 โมงครึ่งเองค่ะ  เพราะอาทิตย์ขึ้นไปแล้วตั้งแต่ตี 5 .15

     

     

    ได้เวลากลับไปยังลานกางเต้นท์เพื่อเก็บของทุกอย่างขึ้นรถกระบะค่ะ ระหว่างทางกลับแวะไปชมจุดชมดอกไม้ป่าดงนาทาม ไฮไลต์อันดับ  1 ของทริปกันก่อน ชมดอกไม้ก็ควรจะมาชมช่วงเช้าหรือไม่ก็ช่วงบ่ายแก่ๆไปเลยค่ะ เพราะบรรยากาศและแสงไม่แข็ง  อีกอย่างไม่ร้อนมากด้วย พี่คนขับรถก็น่ารักมากพาเราไปตามที่รีเควสตลอด  มาเจอดงดอกไม้แรก คือ ดงดอกมณีเทวา  ลักษณของดอกไม้จะเป็นดอกลมๆ เล็ก สีขาว ตอนแรกนึกว่าเป็นดอกกระดุมเงิน

     

     

    เดินมาอีกนิดก็จะเริ่มเห็นดอกไม้ชนิดอื่นบานสลับกันเพิ่มขึ้น ซึ่งชื่อดอกไม้ได้บอกไปแล้ว สีม่วงอ่อน คือ ดอกทิพเกสร  สีเหลือง สร้อยสุวรรณ และสีน้ำเงิน คือ ดอกดุสิตา ซึ่งชื่อดอกไม้เหล่านี้เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

     

     

    ทุ่งดอกไม้กว้างขวางมีให้ชมหลายจุด ใครใคร่ถ่ายตรงไหน และท่าไหน ก็ตามสะดวกและตามความชอบ

     

     

    เดินไปเรื่อยๆ เห็นภาพแบบนี้ตลอดเส้นทาง สวยงามมาก พี่คนขับบอกว่าดอกไม้ป่าเมื่อก่อนมีเยอะกว่านี้มาก ที่เราเห็นตอนนี้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ของเมื่อก่อนเท่านั้น โห ขนาดแค่ 20 ยังสวยขนาดนี้ เมื่อก่อนดอกไม้คงมีเยอะมาก ต้องยอมรับธรรมชาติเปลี่ยนไปมาก โลกร้อนขึ้น ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

     

     

    ตรงจุดนี้เป็นถิ่นของดอกสร้อยสุวรรณ  เค้าครองพื้นที่อยู่จึงเห็นสีเหลืองอร่ามเยอะเป็นพิเศษ

     

     

    เปลี่ยนจากนอนบนที่นอนนุ่มๆ มานอนกลางทุ่งดอกไม้แบบนี้ก็ดีเหมือนกันน่ะ

     

     

    มาถึงจุดนี้จะเป็นถิ่นของดอกดุสิตาสีน้ำเงินบานสะพรั่ง  โดยส่วนตัวชอบทุ่งดอกไม้จุดนี้เป็นพิเศษ เพราะรู้สึกว่าด้วยสีสรรขvงดอดไม้สีน้ำเงินเข้มแถมวิวภูเขาซึ่งเป็นฉากหลังอยู่ไกลๆ มองแล้วดูเด่นสะดุดตาดีค่ะ

     

     

    ซูมใกล้ๆ

     

     

    ถ่ายดอกไม้มาเยอะแล้ว มาถ่ายนางแบบบ้างจะได้มีภาพที่หลากหลาย

     

     

    หันไปมองนาฬิกา 9 โมง กว่าแล้วถึงเวลาที่ต้องร่ำลาดอกไม้แสนสวยทั้งหมดไปแล้ว บอกได้คำเดียวว่าประทับใจมาก

     

     

    นั่งรถโยกแยกในเส้นทางเดิม 2 ชั่วโมงกว่า ก็นั่งรถตู้ต่อไปยังน้ำตกขึ้นชื่ออีก 1 แห่ง ของจังหวัดอุบลราชธานี น้ำตกแสงจันทร์หรือ น้ำตกลงรู เมื่อรถมาจอด ณ ลานตอดรถ ก็เดินลงบันไดมาอีกนิดเดียว ก็ได้เจอน้ำตกอัศจรรย์  Unseen Thailand แห่งนี้แล้วค่ะ  นั่งเล่นชมน้ำตกพักผ่อนจากอาการระบมจากการนั่งรถจากป่าดงนาทามกันซักพัก

     

    DEW_3818

    DEW_3808

     

    จากนั้นเข้าที่พัก วิจิตรา รีสอร์แอนด์แคมปิ้ง  ถือว่าเป็นที่พักริมโขงที่บรรยากาศดีอีกแห่งหนึ่ง ตอนแรกตั้งใจพักในอ. โขงเจียมและเข้าใจผิดว่าที่พักอยู่ใน อ. โขงเจียม แต่ปรากฎว่าอยู่ในอ. ผาแต้ม  และด้วยตั้งใจจะมาชม 9 พันโบกสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่คล้ายกับสามพันโบกซึ่งที่พักให้บริการพอดีเลยเลือกพักที่นี่ แต่ปรากฎว่าทางรีสอร์ทแจ้งว่าน้ำค่อนข้างแรง ยังไม่ปลอดภัยที่จะไปชม ถ้าจะให้ดีควรมาช่วงน้ำแห้ง คือ เดือน ธ.ค. – เม.ย.  เลยได้แต่นั่งพักนอนเล่น ดูทีวี ซึ่งก็ดีเหมือนกันค่ะ เพราะที่พักที่นี่อยู่ติดริมโขงบรรยากาศดีพอสมควร จะเสียก็แต่อยู่ค่อนข้างลึกไปหน่อยจะไปหาอะไรทานค่อนข้างลำบาก แต่ที่พักมีอาหารให้บริการแต่รสชาติไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าใดนัก

     

    DEW_3822

     

    เช้าวันใหม่เดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งใจจะไปชมทุ่งดอกไม้ป่าเช่นกัน เพราะเคยเห็นภาพและทราบมาว่าบานช่วงนี้เหมือนกัน  พยายามโทรมาที่อุทยานเพื่อสอบถามแต่ก็โทรไม่ติด เลยต้องเสี่ยงดวงมา เมื่อมาถึงปรากฎว่าเจ้าหน้าทีบอกยังไม่บานและไม่แน่ใจว่าจะบานมั้ยเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนไปมาก หลังจากที่ฉันนั่งรถผ่านตรงทุ่งดอกไม้เห็นลานหินและหญ้ารกมาก ก็อนุมานได้เองทันทีว่าคงไม่บานมานานมากแล้ว ภาพทุ่งดอกไม้ที่เราเห็นคงเป็นภาพเก่าๆ มาก   แต่ถึงแม้จะไม่มีทุ่งดอกไม้ให้เราชม ที่อุทยานก็ยังมีน้ำตกสวยๆ ให้เราได้เที่ยว น้ำตกห้วยหลวง น้ำตกที่ขึ่นชื่อของที่นี่ เส้นทางเดินลงเป็นยังตัวน้ำตกบันไดชันมากประมาณ 500 เมตร ตอนลงไม่เท่าไหร่แต่ไม่ต้องนึกถึงตอนขึ้นมา เหนื่อยมากค่ะ แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่อดทนได้ หุ หุ  ทริปนี้เป็นอะไรที่ทรหด อึด ถึก ทน มาก โดยปกติก็เดินป่ามาเยอะ โหดกว่านี้เยอะแต่เป็นการเดินที่รู้ชะตากรรมล่วงหน้า แต่ในทริปนี้ทุกสถานที่ที่ไปเอาจริงๆ ก็ไม่ได้เท่ากับที่เราเคยเดินป่ามาเพียงแต่ว่าเป็นอะไรที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อนมากกว่า

     

    DEW_3845

    DEW_3897

     

    ถึงแล้วน้ำตกห้วยหลวง ลักษณะจะคล้ายกับน้ำตกสร้อยสวรรค์ นักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร วิ่งเล่นกระโดดลงน้ำ แลดูสนุกสนาน

     

    DEW_3888

    DEW_3884

     

    หากใครอยากมาชมดอกไม้และธรรมชาติสวยๆ  ณ ป่าดงนาทาม ยังมาเที่ยวได้ถึงกลางเดือน ธ.ค. ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ประทับใจที่ได้ทำตามฝันสำสำเร็จ ถึงแม้เส้นทางในการเดินทางไม่ได้ง่ายและสบาย แต่กลับสบายใจที่สุดเมื่อได้มีโอกาสได้สัมผัสพื้นที่ตรงนี้ด้วยตัวเอง ครั้งหนึ่งในชีวิตเราคือ ผู้พิชิตภูกระดึง แต่ครั้งหนึ่งในชีวิตฉันเคยได้มานั่งรถโยกเยก สุดมันส์กว่า 2 ชั่วโมง และได้ชมแสงอาทิตย์ก่อนใครในสยาม ที่ ป่าดงนาทาม อุบลราชธานี

    ทริปเดินทางวันที่ 8-10 พ.ย. 2556

    โปรแกรมท่องเที่ยวตามทริป 3 วัน 2 คืน

    วันเดินทาง
    20.00 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพ

    วันแรก
    06.00 น. ถึงตัวเมืองอุบลแวะรับประทานอาหารเช้า มุ่งหน้าสู่อช.ผาแต้ม
    09.00 น. ถึงอช. ผาแต้ม แวะเที่ยวน้ำตกสร้อยสวรค์ แวะเที่ยวทุ่งดอกไม้ป่าผาแต้ม เดินเท้าเข้าไปไม่ไกลเพียง 300-500 เมตร
    12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางไป อบต. นาโพธิ์กลาง เพื่อไปเปลี่ยนเป็นรถ 4WD นำเข้าลานกางแต้นท์ที่น้ำตกห้วยพอก ใกล้กับผาชะนะได
    14.00 น. ถึงลานกางเต้นท์ พักผ่อน
    16.00 น. ชมพระอาทิตย์ตกดินที่เสาเฉลียงคู่

    วันที่สอง
    04.00 น.  ตื่นแต่เช้าเพื่อมาชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครยังผาชนะได พร้อมชมทะเลหมอกที่สวยงามแห่งหนึ่งของเมืองไทย
    07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า
    08.00 น.  เก็บของสัมภาระเตรียมตัวเดินทางต่อไปเที่ยวน้ำตกแสงจันทร์หรือน้ำตกลงรู unseen Thailand  รับประทานอาหารกลางวัน
    14.00 น. เข้าสูที่พัก

    วันที่สาม
    07.00 น.  ตื่นเช้ารับประทานอาหารเช้า
    08.00 น.  เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย  ชมความงามของน้ำตกห้วยหลวง

    12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางกลับกรุงเทพ

    01.00 น. ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

    Tags : , , , , , , , , , , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    2 Responses to “เที่ยวทุ่งดอกไม้ป่าดงนาทาม ชมพระอาทิตย์ขึ้นผาชนะได”

    1. ทุ่งดอกไม้อุดมษ์สมบูรณ์ดูแล้วเพลินตา สดชื่นดี

    2. อุบลมีที่เที่ยวเยอะอยู่นะครับ

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รวมที่พัก