• พัก เพลิน เพลิน บ้านขุนสมุทรจีน

    บ้านพักกระท่อมไม้ไผ่ โอบล้อมด้วยผืนน้ำและธรรมชาติของป่าชายเลน  ไม่มีแอร์แต่มีลมจากฝั่งทะเลพัดมาเอื่อย เอื่อย ชวนเคลิ้มหลับ  มีเสียงนกร้องขับขาน  เสียงใบไม้พัดผ่าน  มีความเรียบง่ายของความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมที่เราอาจไม่ได้เห็นในเมืองใหญ่ มีอาหารทะเลสด  ที่นำมาเสิร์ฟ   3 มื้อ พร้อมบ้านพัก 1 คืน และในบรรยากาศที่กล่าวไป  ทั้งหมดนี้เราจ่ายในราคาเพียงแค่คนละ   600 บาท ที่ บ้านขุนสมุทรจีน  แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่ตั้งอยู่ใน อำเภอพระสมุทรเจดีย์  จังหวัดสมุทรปราการ

     

    1-cover

     

    การเดินทางมาไปยังบ้านขุนสมุทรจีน โดยรถยนต์ส่วนตัว สามารถเดินทางได้หลายเส้นทางเพื่อไปยังอำเภอพระประแดงแล้วแต่สะดวกของแต่ละคน  เมื่อถึงพระประแดงเราต้องนำรถไปฝากไว้ที่ท่าเรือบ้านป้าลี่ เพื่อนั่งเรือต่อไปยังบ้านขุนสมุทรจีน  สำหรับการเดินทางที่สะดวกของเราขึ้นทางด่วนจากดินแดงโดยใช้เส้นทางบางนา – ดาวคะนอง  ข้ามสะพานแขวนไปลงสุขสวัสดิ์ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังอำเภอพระประแดง  ขับรถตรงไปจนถึงสามแยกพระสมุทรเจดีย์ ให้เลี้ยวขวาไปทางป้อมพระจุล  จากนั้นขับตรงไปเรื่อยๆ จะเห็นป้ายชี้ทางขวามือให้เลี้ยวเข้าวัดขุนสมุทรจีน ผ่านแหล่งชุมชนแหละบ่อกุ้งเรื่อย ๆ เส้นทางเดียวกับทางไปบ้านสาขลา  ท่าเรือบ้านป้ารี่จะอยู่ตรงสะพานปูนก่อนถึงชุมชนบ้านสาขลา 2 กม. ที่รับฝากรถหากไม่มีคนก็จะได้ที่จอดในโรงรถซึ่งมีไม่มาก แต่ถ้าคนเยอะที่จอดรถในโรงรถเต็มก็ต้องเสี่ยงจอดริมถนน  สำหรับค่าฝากรถคิดคันละ 100 บาท

     

    1 DEW_9996

     

    จากนั้นนั่งเรือหางยาวต่อไปยังบ้านขุนสมุทรจีนใช้เวลาประมาณ 15 นาที  ค่าเรือคนแรกคิดคนละ 100 บาท คนที่สอง คิดคนละ 10 บาท ถ้ามาหลายคนก็จะหารกันถูกลงไปอีก  ระหว่างที่นั่งเรือก็ได้ชมธรรมชาติของป่าชายเลนทั้ง 2 ข้างทางไปด้วย

     

    2DSC_4442

    3 DSC_4451

     

    สำหรับท่าขึ้นเรือที่บ้านขุนสมุทรจีน ส่วนใหญ่จะขึ้นกันที่ท่าเรือวัดขุนสมุทรจีน แล้วเดินไปยังโฮมสเตย์ที่ทางชุมชนได้จัดไว้ให้  แต่โฮมสเตย์ที่ทางศูนย์ประสานงานชุมชนบ้านขุนสมุทรจีนจัดให้เราพักต้องไปขึ้นที่ท่าเรือป้าต๋อย ซึ่งสะดวกที่สุด  เมื่อมาถึงก็โทรแจ้งจากนั้นก็มีเรือหางยาวของโฮมสเตย์มารับไปอีกที

     

    4 DEW_9993

    5 DEW_9992

     

    นั่งเรือไม่ถึง 5 นาทีก็มาถึงโฮมสเตย์ของเรา วินาทีแรกที่ได้เห็นภาพถึงกับถามน้องคนขับเรือว่า “ นี่ที่พักของพี่ใช่มั้ย น้องตอบว่า “ ใช่ครับ “  ว้าว สวยบรรยากาศดีจัง  กระท่อมไม้ไผ่ หลังคามุงจาก แบบบ้าน บ้าน ท่ามกลางต้นไม้สีเขียวของป่าชายเลน รายล้อมไปด้วยบ่อกุ้งและหอยของชาวบ้าน  มองแว่บ แว่บ เหมือนกระท่อมไม้ไผ่แบบบูติกกลางทะเลมัลดีฟเหมือนกันน่ะเนี่ย   บ้านขุนสมุทรจีน มีบ้านพักแบบโฮมสเตย์ร้านแห่ง แล้วแต่ว่าทางชุมชนจะจัดให้เราไปพักที่ไหนลักษณะบ้านพักจะเหมือนกัน ราคาเดียวกันคือ คนละ 600 บาท ที่พัก 1 คืน และอาหาร 3 มื้อ   แต่ถ้าเป็นโฮมสเตย์ที่ก่อตั้งเป็นที่แรกคือ ของผู้ใหญ่สมร   หรือถ้าเราทราบชื่อโฮมสเตย์  สามารถติดต่อจองตรงไปยังโฮมสเตย์นั้นโดยตรง นับว่าเป็นความโชคดีของเราที่ถูกจัดมาให้พักที่  “ พี่พอเพียง น้องเพียงพอ  ” เป็นโฮมสเตย์ที่ชื่อน่ารักมาก ตั้งได้เข้ากับบรรยากาศ  มีบ้านพัก  7 หลัง  หลังใหญ่ 4 หลัง และบ้านพักหลังเล็กพักได้  2 -3  คน 3 หลัง

     

    6 DEW_9916

    7 DEW_9914

     

    เรามา 2 คน พักบ้านหลังเล็ก ตั้งอยู่ปลายสุดของพื้นที่โฮมสเตย์  ใกล้กับชายฝั่งทะเล   บ้านพักก็อยู่อย่างเรียบง่ายตามสไตล์โฮมสเตย์ มีที่นอน ทีวี พัดลม  สัญญาณโทรศัพท์ มีหมดทุกค่าย ไฟฟ้ามีให้ใช้ตลอดทั้งวัน

     

    8 DEW_9765

    9 DEW_9766

    10 DSC_4551

    12 DSC_4467

    10 DSC_4455

    11 DSC_4523

     

    ส่วนห้องน้ำแยกออกมาจากตัวบ้าน  สำหรับหลังที่เราพักโชคดีสุดห้องน้ำอยู่ติดกับตัวบ้าน แต่อีก 2  หลัง ที่อยู่ถัดออกไปต้องเดินมาใช้ตรงนี้  เป็นห้องน้ำรวม

     

    13 DSC_4493

     

    อาหารมื้อแรกซึ่งเป็นมื้อกลางวัน มาเสิร์ฟถึงบ้านพัก  มีผัดผักรวม กุ้งเหยียดหวาน และแกงส้มกุ้งชะอมไข่ พร้อมข้าว และน้ำแข็ง  รสชาติอาหารในมื้อแรกของเราถึงแม้จะดูเป็นเมนูง่ายแต่อร่อยมากค่ะ โดยเฉพาะผัดผัก รสชาติแบบว่าเหนือผัดผัดทั่วไปที่เราเคยได้ทาน หมดไปก่อนอาหารจานอื่นอย่างรวดเร็ว

     

    13 DSC_4474

     

    ด้วยความที่มาถึงตั้งแต่เที่ยงทานข้าวแล้วยังไม่สามารถไปไหนได้เพราะอากาศข้างนอกในเวลานี้แดดแรงอยู่มาก  กิจกรรมส่วนใหญ่ คือ นอนเล่น นั่งเล่น  อยู่ในโฮมสเตย์ ถึงแม้แดดจะแรงแต่อากาศภายในบ้านพักไม่ร้อน เพราะมีลมทะเลพัดเข้ามาตลอด จัดได้ว่าเย็นในระดับนึง  เป็นโฮมสเตย์ที่มีความสงบและรู้สึกสบายอย่างบอกถูก มีแต่เสียงลม เสียงต้นไม้  เสียงนกร้องขับกล่อมชวนให้เคลิ้มหลับก็เลยได้หลับไป  1 งีบ  เป็นชีวิตที่เนิบ เนิบ เรื่อยๆ แต่ไม่ได้รู้สึกเบื่อ แต่กลับรู้สึกเพลิดเพลิน  สโลวไลฟ์ของจริงต้องที่นี่

     

    14 DSC_4521

    14 DSC_4548

    15 DEW_9840

     

    ฟื้นตื่นขึ้นมาได้จากการนอนหลับพักผ่อน  บ่ายสองแดดยังแรงอยู่  แต่หาได้แคร์ไม่หยิบหมวกใส่แว่นเริ่มเดินสำรวจยังบ้านพักหลังอื่นซึ่งในเวลานี้ยังไม่มีลูกค้าเข้าพัก บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังใหญ่ อยู่ใกล้กับบ้านพักของเราพักได้ประมาณ 6 คน มี 2 ห้องนอน  ลมพัดดีมาก พัดเข้าตลอด อย่างบ้านที่เราพักลมยังมาเป็นระยะ

     

    16 DEW_9758

    16 DEW_9810

    17 DEW_9813

    18 DEW_9815

    19 DEW_9834

     

    บ้านพักทั้งหมดในฝั่งที่เราพัก มี 5 หลัง เรียงรายตั้งอยู่บนคันดิน ถ้ามาช่วงที่ฝนตกก็เฉอะแฉะพอสมควร ควรเตรียมโรงเท้าแตะมาด้วยจะเยี่ยมมาก

     

    23 DEW_9841

     

    เดินข้ามไปยังอีกฝั่ง มีสะพานไม้เชื่อมต่อ ฝั่งนี่มีบ้านพัก 2 หลัง  กระท่อมที่เห็นตั้งอยู่โดดเดี่ยวอยู่ตรงคันดินฝั่งตรงข้ามของบ้านพักของเราค่ะ เป็นบ้านหลังใหญ่มาก น่าจะใหญ่ที่สุด พักได้  10-15 คน

     

    24 DEW_9854

    25 DSC_4581

     

    เดินมาหยุดพักยังบ้านของเจ้าของโฮมสเตย์ ซึ่งเราเรียกว่า ที่ทำการโฮมสเตย์  เป็นจุดขายของเล็กๆ น้อยๆ เช่น น้ำแข็ง น้ำดื่ม น้ำอัดลม และที่เราถูกใจที่สุด คือ น้ำแข็งใส ถ้วยละ 20  เสพความหวานรับลม มองวิว ดับร้อน ชื่นใจ

     

    26 DSC_4567

     

    น้องที่โฮมสเตย์บอกว่า ประมาณ 4 โมงครึ่งจะพาเดินไปวัดขุนสมุทรจีน  รอให้แดดร่มกว่านี้หน่อย แต่เราขอเดินไปก่อน  ระยะทางจากโฮมสเตย์ไปยังวัดประมาณ 1 กิโล ต้องใช้วิธีเดินทางอย่างเดียว เดินข้ามสะพานที่เชื่อมต่อกันเรื่อยๆ เรามาหยุดยังจุดแรก ซึ่งเป็นที่ตั้งของโฮมสเตย์ผู้ใหญ่สมร ตรงจุดนี้จะมีศาลเจ้า จีน และหลักกิโลแลนด์มาร์ค บ้านขุนสมุทรจีนให้เราได้ถ่ายภาพ แต่เวลานี้ประมาณบ่าย 3 โมง กว่า แดดยังแรงอยู่

     

    27 DSC_4588

    28 DEW_9865

    28 DSC_4590

     

    หลังศาลเจ้าเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านขุนสมุทรจีน พิพิธภัณฑ์ที่อยู่ในบ้านสีเหลืองหลังเล็ก  เป็นแหล่งสะสมโบราณวัตถุเก่าแก่  หากเราสังเกตจะพบว่า ข้าวของเครื่องใช้ที่วางโชว์จะเป็นของจีนโบราณ เนื่องจากบ้านขุนสมุทรจีน เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 300 ปี  ตั้งอยู่บนแหลมขนาดเล็กที่ยื่นออกไปในทะเล  อดีตเป็นแหล่งขนถ่ายสินค้าจากเรือสำเภาจีนบริเวณใกล้กับปากแม่น้ำเจ้าพระยาที่เป็นเส้นทางผ่านของเรือสินค้าและเรือพาหนะของประเทศต่างๆ เข้าสู่บางกอกและกรุงศรีอยุธยา ประชากรส่วนใหญ่มีบรรพบุรุษเป็นชาวจีนอพยพมากับเรือสำเภา ส่วนใหญ่มาค้าขายบริเวณวัดแหลมฟ้าผ่า  การจัดทำพิพิธภัณฑ์เริ่มต้นจากการที่ชาวบ้านพบเศษซากวัตถุโบราณบริเวณป่าชายเลนประเภทถ้วยชามกระเบื้อง ไห ซากเตาเผาโบราณ เครื่องใช้ เครื่องประดับและเงินตราที่ใช้แลกเปลี่ยนในสมัยโบราณ นอกจากนี้ยังพบทองรูปพรรณ เช่น แหวน ทองคำ สร้อยข้อมือ เบี้ยและเหรียญกษาปณ์รัชกาลต่าง ๆ ซึ่งได้ทำการสำรวจแล้วคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี

     

    29 DSC_4593

    30 DSC_4594

    31 DSC_4601

     

    จากนั้นเราเดินเรียบบ่อเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงหอยของชาวบ้านไปตามคันดิน  เพื่อไปยังวัดขุนสมุทรจีน  เดินไปตามคันดินซึ่งข้างทางเราจะได้พบเห็นบ้านเรือนของชาวบ้านอยู่เป็นระยะ  แต่ละบ้านมีอ่างขนาดใหญ่เก็บกักน้ำฝนไว้ใช้ยามหน้าแล้ง รวมถึงเอาไว้ดื่มด้วย เพราะน้ำฝนที่นี่ชาวบ้านบอกว่ายังเป็นน้ำที่บริสุทธิ์ ไม่ค่อยมีฝุ่นละอองเจือปน ดื่มน้ำฝนแล้วเย็นชื่นใจ ฟังแล้วรู้สึกว่า  นี่แหละวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม จริงแล้วชาวบ้านที่นี่เค้าใช้น้ำประปาด้วย แต่เก็บน้ำฝนไว้ใช้ประโยชน์  ซึ่งสมัยนี้อาจไม่ค่อยได้เห็นกันแล้ว ส่วนใหญ่ใช้กันแต่น้ำประปา พอเข้าฤดูแล้วที ก็ขาดแคลนน้ำกันที

     

    32 DEW_9906

    33 DEW_9910

     

    บ้านทำกระปิขึ้นชื่อแห่ง ขุนสมุทรจีน  เนื่องจากช่วงนี้ยังแล้ง เลยยังไม่ได้เปิดทำ แต่ระหว่างที่เราหยุดยืนอยู่ตรงนี้ กลิ่นกะปิที่เจ้าของบ้านกำลังใช้ทำกับข้าว ก็หอมโชยมาเข้าจมูก แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่า กระปิ ต้องอย่างดีแน่ หอมมาก

     

    34 DEW_9908

     

    ร้านขายของชำเล็กๆ ระหว่างทาง 1 เดียวในชุมชน ด้านหน้ามีลูกชิ้นปิ้งขายด้วย

     

    35 DSC_4691

    35 DSC_4689

     

    เดินฝ่าแดดมาจนเกือบสุดปากอ่าวเริ่มได้ยินเสียงคลื่นชัดเจนขึ้น  เป็นสัญญาณบอกว่าเราใกล้ถึงวัดขุนสมุทรจีนแล้ว

     

    36 DEW_9876

    36 DEW_9871

     

    ทางเดินช่วงสุดท้ายเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ป่าชายเลนแสนร่มรื่น ระหว่างทางเต็มไปด้วย พันธุ์ไม้จำพวกโกงกาง แสมขาว แสมดำ มีปูแสม และปลาตีน เดินไปมาอยู่เป็นระยะ

     

    38 DSC_4609

     

    แค่เสียดายที่ทางเดินในบางช่วง ขยะค่อนข้างลอยมาติดตรงนี้เยอะค่ะ เลยทำให้ธรรมชาติและซุ้มไม้สวยๆ ต้องมัวหมองไป จริงแล้วชาวบ้านน่าจะร่วมแรงร่วมใจกันเก็บมันออกไปซักนิด ส่วนนักท่องเที่ยวอย่างเราก็ควรเที่ยวกันแบบอนุรักษ์ขยะควรเก็บทิ้งลงถังให้เรียบร้อย

     

    39 DSC_4612

     

    เดินมาถึงทางเดินเข้าไว้แล้วเป็นซุ้มทางเดินแห่งความเขียวขจี ตอนแรกเราคิดว่ามาเที่ยวที่นี่ในฤดูร้อน ต้องร้อนมากแน่ แต่ไม่เป็นเช่นนั้น   ถึงแม้แดดจะแรงแต่มีลมพัดจากชายทะเลเข้ามาตลอด

     

    40 DSC_4617

    41 DSC_4622

     

    หยุดพักเหนื่อย ชื่นชมบรรยากาศกันซักครู่  มองเห็นศาลาสีแดงของวัดตั้งโดดเด่นอยู่ริมทะเล  ซึ่งด้านหน้าเป็นทะเลอ่าวไทย

     

    42 DSC_4630

    43 DSC_4635

     

    เข้ามาถึง วัดขุนสมุทรธาราวาส หรือวัดขุนสมุทรจีน  วัดเก่าแก่ริมทะเล  และเป็นวัดเดียวที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวชุนชม  ภายในวัดร่มรื่นมาก มีศาลานั่งชมวิวให้ผ่อนคลาย

     

    44 DSC_4642

     

    สิ่งที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของวัด  คือ  พระอุโบสถเก่าแก่ ที่อยู่ใต้น้ำบางส่วนเวลาน้ำขึ้น แต่จะผุดขึ้นมายามน้ำลด ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า บ้านขุนสมุทรจีน เป็นหมู่บ้านชายทะเลที่มีการพังทลายของพื้นดินชายฝั่งมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ  บ้านของชาวบ้านหลังจากถูกน้ำทะเลซัดเข้ามาก็เริ่มขยับย้ายเข้าฝั่งขึ้นไปเรื่อย ๆ เหลือเพียงแต่วัดขุนสมุทรที่ยังไม่ได้ย้ายไปไหน แต่ในปัจจุบัน ได้ทำการยกพื้นขึ้นมา จึงทำให้กลายเป็นอุโบสถที่ดูสวยแปลกตา   ลวดลายปูนปั้นบนหน้าต่างอ่อนช้อยงดงาม

     

    45 DEW_9883

    46 DEW_9884

    47 DSC_4646

    48 DSC_4650

     

    เข้ามากราบพระประธานภายในโบสถ์  ริมประตูมีภาพวัดเก่าก่อนที่จะทำการยกพื้นให้สูงขึ้น จะเห็นว่าฐานจมมิดไปกับดินเลยทีเดียว

     

    49 DSC_4673

    50 DSC_4675

    51 DSC_4678

     

    ด้านหน้าวัดกำลังก่อสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่งดงาม หันหน้าเข้าหาทะเล

     

    52 DEW_9897

     

    ข้างพระพุทธรูป มีเก๋งจีนสีแดง  ซึ่งเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิม  มีรูปปั้นแม่กวนกินซึ่งสามารถเข้าไปกราบขอพรได้

     

    53 DEW_9898

    54 DSC_4657

     

    มีระเบียงชมวิวทะเล  ลมพัดแรงพอสมควร อาจมีเหนียวตัวจากลมทะเลนิดหน่อย

     

    55 DSC_4662

     

    เราเดินย้อนกลับมายังเส้นทางเดิม  เจอน้องกลุ่มนี้กำลังเดินกลับจากโรงเรียน  เดินไปร้องเพลงไปอย่างมีความสุข  บ้านของน้องอยู่ห่างจากโฮมสเตย์ที่เราพักไปไม่ไกล

     

    56 DEW_9921

     

    ระหว่างรอรับประทานอาหารเย็นเดินเล่นถ่ายภาพ ชมนก ชมไม้ไปเรื่อยๆ ที่บ้านขุนสมุทรจีน นกเยอะมาก มีนกหลากหลายพันธุ์  เช่น นกกระเต็น นกกระยาง กาน้ำ นกกา นกกินปู  นกนางนวล บินมาหาอาหารในบ่อหอยและกุ้ง  แหล่งอาหารอันโอชะของพวกมัน จึงไม่แปลกที่เราจะได้ยินเสียงนกร้องตลอด

     

    57 DSC_4706

    58 DSC_4703

    59 DSC_4697

     

    เดินไปสุดทางโฮมสเตย์ที่เราพักติดชายฝั่งทะเล มีนกให้ชมเช่นกัน น้ำทะเลในเวลานี้เริ่มลงและแห้งขอดจนเห็นลวดลายของพื้นดิน

     

    60 DSC_4708

     

    ลมเย็นแบบนี้ การได้นั่งลงบนแคร่ใต้ต้นไม้ นั่งนิ่ง มองวิว  ชื่นชมกับบรรยากาศอันเงียบสงบ เป็นความรู้สึกที่ผ่อนคลายและมีความสุขมากที่สุดอีกวันหนึ่ง

     

    61 DSC_4732

     

    ระหว่างนั้นเพื่อนร่วมโฮมสเตย์อีกหลัง  หลังจากไปชมวัดแล้วก็เพิ่งเดินหลับมา พร้อมไกด์ตัวน้อย ทักทายพูดคุย บอกว่าได้แวะซื้อหอยนางรมสดระหว่างทางเหลือถุงสุดท้ายพอดี ไว้ทานกับอาหารเย็นวันนี้  น่าอิจฉาจริง

     

    62 DSC_4728

    63 DEW_9957

     

    บรรยากาศของพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่โฮมสเตย์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการมาพักผ่อน ที่บ้านขุนสมุทรจีน   เราเดินข้ามมายังบ้านพักอีกฝั่งเพื่อเก็บภาพความประทับของแสงสุดท้ายในวันนี้

     

    64 DSC_4736

    65 DSC_4743

    66DSC_4745

     

    เพื่อนบ้านกำลังงมเก็บหอยแครงในบ่อ ทางโฮมสเตย์ให้งมเก็บฟรี  งมได้เท่าไหร่ทานกันให้เต็มที่ เตรียมถุงพลาสติก เอามื้อล่วงลงไปในดินโคลนแล้วหยิบขึ้นมาดูว่าใช่หอยแครงมั้ย

     

    67 DEW_9970

     

    อาหารมื้อเย็นอันโอชะ มาแล้ว  มีต้มยำรวมทะเล ปลานิลนึ่งมะนาว  หอยแครงลวง ปูทะเลให้คนละ 1 ตัว แต่ถ้าอยากทานเพิ่มก็สั่งเพิ่มก็ได้ แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วย อาหารจัดว่าอร่อยโดยเฉพาะหอยแครง คือ สด หวาน อร่อยมาก จะไม่สดได้อย่างไรเพิ่งงมกันจากบ่อ ส่วนปูทะเลก็สดเช่นกัน คนละ 600 บาท แค่นี้ถือว่าคุ้มแสนคุ้ม

     

    68 DSC_4774

    69 DSC_4779

     

    เราเผลอหลับไปแต่หัวค่ำ ยิ่งตกดึกอากาศยิ่งเย็นมากพัดลมแทบไม่ต้องเปิด ตื่นมากับเช้าวันใหม่นั่งหน้าบ้าน มองภาพเด็กน้อยเดินผ่านคันดินไปโรงเรียน  มีผู้ปกครองเดินตามไปส่ง เราถึงกับยิ้มออกมาเมื่อได้เห็นภาพนี้  ไม่เห็นต้องนั่งรถหรูก็เดินไปโรงเรียนกันได้

     

    70 DEW_9976

    71 DEW_9985

     

    อาหารเช้าที่ทางโฮมสเตย์ได้จัดให้เป็นข้าวต้มกุ้ง  คือ กุ้งเยอะมาก และสดมากด้วย ทานแล้วสัมผัสได้ถึงรสชาติหวานอร่อย

     

    72 DSC_4783

     

    บ่อยครั้งที่เราได้พบว่า ” ความสุขไม่ได้เกิดจากการจ่ายเงินราคาแพงเสมอไป ”   บ้านขุนสมุทรจีน  ความสุขแบบเรียบง่าย ในแบบที่เราไม่ได้คาดคิดว่าจะรู้สึกได้ประทับใจในบรรยากาศได้ขนาดนี้ เป็นที่ที่เหมาะสำหรับมานอนพัก ไกวแปล ปล่อยเวลาให้เดินไปอย่างช้า ช้า  ในราคาคนละ   600 บาท แต่สิ่งที่เราได้รับกลับมีมากกว่านั้นมากมาย  เหนื่อยล้าเมื่อไหร่ ขับรถออกจากกรุงเทพมาไม่ถึงสองชั่วโมง แวะมาพัก แวะมาผ่อนคลาย กลับมาสู่ธรรมชาติบนพื้นฐานดั้งเดิมในแบบที่ไม่ปรุงแต่งอะไรมาก

     

    73 DEW_9990

     

    รายละเอียดเพิ่มเติม

    โฮมสเตย์  พี่พอเพียง น้องเพียงพอ  โทร  081 2977272

    เฟสบุค  https://www.facebook.com/peeporpeangnongpeang

    ศูนย์ประสานงานบ้านพักโฮมสเตย์ ขุนสมุทรจีน   โทร  086-567-5296

    เฟสบุค  https://www.facebook.com/Bankhunjeen

    ราคาที่พัก คนละ  600 บาท ที่พัก 1 คืน อาหาร 3 มื้อ

     

    การเดินทางแบบไม่มีรถส่วนตัว 

    สามารถนั่งเรื่อข้ามฝั่งจากท่าน้ำสาธุประดิษฐ์ไปยังฝั่งพระประแดง  นั่งมอเตอร์ไซค์วินไปลงที่ตลาดพระประแดงขึ้นรถสองแถวสีฟ้าสายพระประแดงไปพระสมุทรเจดีย์ ค่ารถสองแถว 8 บาท   จากนั้นต่อรถสองแถวที่ไปบ้านสาขลา  ค่ารถสองแถว 8 บาท บอกคนเก็บเงินหากถึงท่าเรือป้ารี่ให้บอกด้วย  หลังจากนั้นนั่งเรือจากท่าบ้านป้ารี่ไปยังท่าเรือบ้านขุนสมุทรจีน

    หรือนั่งรถประจำทางที่วิ่งมายังตลาดพระประแดง

    -ปอ.138 วิ่งจากจตุจักรขึ้นทางด่วนมาลงตลาดพระประแดงได้เลย หรือบางครั้งรถจะไม่ถึงตลาดพระประแดงให้ลงป้ายวัดสนลงจาก ทางด่วนมาป้านแรกแล้วต่อสาย82ไปลงตลาดพระประแดง
    -สาย 82 วิ่งจากสนามหลวงก็มาถึง พระประแดงเช่นกัน
    -ปอ.140 จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อรถลงจากทางด่วนสุขสวัสดิ์ ให้ลงป้ายแรก แล้วต่อรถสาย 82 เข้าตลาดพระประแดง
    -สาย 506 จากปากเกร็ดมีไปยังตลาดพระประแดง

    จากนั้นขึ้นรถสองแถวสีฟ้าสายพระประแดงไปพระสมุทรเจดีย์ ค่ารถสองแถว 8 บาท   จากนั้นต่อรถสองแถวที่ไปบ้านสาขลา  ค่ารถสองแถว 8 บาท บอกคนเก็บเงินหากถึงท่าเรือป้ารี่ให้บอกด้วย  หลังจากนั้นนั่งเรือจากท่าบ้านป้ารี่ไปยังท่าเรือบ้านขุนสมุทรจีน

    Tags : , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน