• 7 นาข้าวขั้นบันไดวิวเทพ ไม่ต้องไปดูไกลถึงเมืองนอก

    การทำนาข้าวขั้นบันได คือ การทำนาบนพื้นที่สูงโดยการขุดปรับพื้นที่ที่เคยใช้ปลูกพืชไร่เพื่อเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย การขาดแคลนพื้นที่ราบ  ช่วยเพิ่มผลผลิตข้าวและสร้างความมั่นคงทางอาหารบนพื้นที่สูง  จากพื้นที่ทำการเกษตรธรรมดาในวันนี้ นาขั้นบันได ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาค้นหาเสน่ห์ของนาข้าวที่ลัดเลาะตามไหล่เขาหรือเนินเขาสูง เมื่อก่อนการที่เราจะได้เห็นภาพนาข้าวขั้นบันไดได้เราต้องไปชมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามหรืออินโดนีเซีย  แต่ในวันนี้ไม่ต้องเดินทางไปไกลบ้านเราก็มีนาข้าวขั้นบันไดวิวอย่างเทพให้ได้ชมเหมือนกัน แต่จะมีที่ไหนบ้างตามมาชมกันเลย

     

    cover

     

    อำเภอแม่แจ่ม เชียงใหม่

    เมื่อพูดถึงอันดับหนึ่งแห่งนาข้าวขั้นบั้นไดที่ดังก่อนใคร  นาข้าวขั้นบันไดแม่แจ่ม  คือชื่อที่ถูกนึกถึงและเป็นจุดหมายปลายทางในอันดับต้นๆ เมืองเล็กกลางหุบเขาอันทรงเสน่ห์ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศที่เงียบสงบ เรียบง่ายไม่เคยเปลี่ยน  ในช่วงฤดูทำนาตั้งแต่เดือนก.ย.ตลอดสองข้างทางในอ.แม่แจ่ม สามารถพบเห็นวิวอันเขียวขจีของนาข้าวตลอดทุกเส้นทาง เมื่อถึงช่วงเดือนพ.ย. นาข้าวเหล่านั้นก็กลายเป็นสีทองเหลืออร่ามพร้อมเก็บเกี่ยว จะเรียกได้ว่าแม่แจ่มเป็นตัวแม่แห่งนาข้าวขั้นบันไดก็คงไม่ผิด

    ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก แม่แจ่ม 

     

     

    วิวนาข้าวสวยๆระหว่างทางในตัวอำเภอแม่แจ่ม

     

     

    2 จุดหลักที่สามารถชมนาข้าวขั้นบันไดในตัวอำเภอแม่แจ่มในมุมสูง จุดแรกคือ นาข้าวขั้นบันไดบ้านกองกาน ซึ่งอยู่เส้นทางเดียวกับวัดพระพุทธเอ้น เลยวัดกองกาน  ในจุดนี้เราจะได้เห็นปฎิมากรรมนาข้าวขั้นบันไดที่ลดหลั่นกัน ยิ่งมาในยามเย็นที่แสงอุ่นของดวงอาทิตย์สาดส่อง มองแล้วงดงามยิ่งนัก

     

     

    จุดที่สองคือ นาข้าวขั้นบันไดแม่ปาน  จะอยู่ตรงเส้นทางเข้ามาในเมืองแม่แจ่ม ถือว่าเป็นจุดชมวิวนาข้าวขั้นบันไดที่สวยอีกจุดหนึ่งที่เราจะสามารถชมบ้านเรือนของเมืองแจ่มแทรกตัวไปกับภูเขาและ นาข้าว  การเดินทางจากวงเวียนหน้าเทศบาลแม่แจ่มแยกไปทางโรงรียนราชประชานุเคราะห์จากนั้นตรงไปเรื่อยประมาณ  5 กิโลขึ้นไปทางโครงการวิวอินนทนนท์ นาข้าวขั้นบันไดแม่ปานถือว่าเป็นจุดชมที่พระอาทิตย์ตกสวยที่สุดของแม่แจ่ม

     

     

    ส่วนอีก 2 จุด ที่จะอยู่ห่างจากใจกลางอำเภอไปอีกต้องใช้รถกระบะหรือรถสองแถวท้องถิ่นเข้าไปเท่านั้น ก็คือ นาข้าวขั้นบันได บ้านตีนผา  และนาข้าวขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง

     

    นาข้าวขั้นบันไดบ้านตีนผา

    หมู่บ้านที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาของดอยอินทนนท์ ห่างจากตัวเมืองแม่แจ่มประมาณ 8  กิโลเมตร  ที่นี่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านขาวเขาปกากญอ ซึ่งนอกจากเราจะได้ชมวิถีชีวิต วัฒนธรรมของชนเผ่าที่อาศัยอยู่อย่างเรียบง่ายแล้ว ยังได้พบกับธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ที่สวยงามของนาข้าวขั้นบันไดและพืชทางเกษตร เช่น ข้าวโพด ฟักทอง ที่ปลูกลดหลั่นบนภูเขาสูงสลับกันลูกแล้วลูกเล่า

    ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก บ้านตีนผา

     

     

    นาข้าวขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง

    หมู่บ้านที่รายล้อมไปด้วยนาขั้นบันไดและไร่ข้าวโพด เป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและบรรดาช่างภาพที่ชอบเก็บภาพความอุดมสมบูรณ์ของภูเขา หากมาในยามเช้าจะได้พบกับทะเลหมอกแต่ถ้าหากมาช่วงเย็นสามารถชมพระอาทิตย์ตกและแสงยามเย็นสวยๆ ที่ลอดผ่านก้อนเมฆมากระทบกับหุบเขาที่เรียงรายการสลับซับซ้อนเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก

    ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก บ้านป่าบงเปียง

     

     

    นอกจากนาข้าวขั้นบันไดที่เราจะได้พบที่แม่แจ่มแล้ว ทะเลหมอกก็ถือว่าเป็นไฮไลต์ของการท่องเที่ยว จุดชมทะเลหมอกสุดอลังการของแม่แจ่มมี 2 จุด คือ  จุดชมทะเลหมอกบ้านบนนา เป็นจุดชมวิวยามเช้าที่สวยงาม การเดินทางจากหน้าอำเภอแม่แจ่ม เลี้ยวซ้ายไปทางตลาดสด ข้ามสะพานปูน จากนั้นเลี้ยวขวาแล้วตรงไปประมาณ 2 กิโล มีทางแยกให้เลี้ยวซ้ายไปอีก 5 โล ก็จะถึงจุดวิวบ้านบนนา ถนนเป็นทางราดยาง รถยนต์ทุกประเภทสามารถขึ้นได้

     

    และจุดที่สองคือ  จุดชมวิวดอยม่อนหมาก เป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกหนึ่งจุดในแม่แจ่ม กับทะเลหมอกและวิวภูเขาอันสวยงาม ถ้ามาในวันที่อากาศดีสามารถมองเห็นเมืองแม่แจ่มล้อมรอบ เส้นทางขึ้นไปจุดชมวิวค่อนข้างขรุขระ แคบและชัน รถที่สามารถขึ้นได้คือรถกระบะรถสองแถวท้องถิ่น หรือรถมอเตอร์ไซต์เท่านั้น

     

     

    แม่กลางหลวง  เชียงใหม่

    เมื่อเอ่ยถึงนาข้าวขันบันไดแม่แจ่มแล้ว ลืมไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถึงคู่ซี้ที่เติบโตมาพร้อมกัน นั่นก็คือ  นาข้าวขั้นบันไดแม่กลางหลวง  บ้านแม่กลางหลวง ตั้งอยู่ในหุบเขานาขั้นบันไดบนดอยอินทนนท์  ประมาณเดือนก.ย. – กลาง ต.ค . ช่วงหน้าฝนต้นข้าวจะเริ่มเขียวขจีชุ่มฉ่ำ เคล้าสายหมอกบางในฤดูฝน  ปลายต.ค. – ต้นพ.ย. เป็นช่วงที่ต้นข้าวออกรวงเป็นสีทองเต็มท้องทุ่งเหลืองอร่าม

    ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก แม่กลางหลวง

     

    แม่กลางหลวงในช่วงปลายเดือนต.ค. รวงข้าวกลายเป็นสีทองพร้อมเก็บเกี่ยว

     

     

    ความสุขที่แสนวิเศษของการได้มาเที่ยวที่แม่กลางหลวง นั่นคือ การได้มานอนบ้านพักแบบโฮมสเตย์แนบชิดกับนาข้าวเคล้าสายหมอกฝน ซึ่งมีให้เลือกใช้บริการหลายแห่ง เช่น บ้านพักของพี่สมศักดิ์  แม่กลางหลวงวิว  อินทนนท์ คีรีมายา

     

     

    นอกจากมาชมนาข้าวขั้นบันไดแล้ว ยังสามารถเที่ยวชมและศึกษาวิถีชีวิตชนเผ่าของชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ ที่มีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับธรรมชาติ พร้อมชิมกาแฟ เลิศรสฟรี  ถูกใจในรสชาติก็สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากที่บ้านได้

     

     

    นาข้าวขั้นบันได บ้านผาหมอน เชียงใหม่

    นาข้าวขั้นบันไดในเส้นทางท่องเที่ยวดอยอินทนนท์อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด ต้องยกให้เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่กลางหลวง นั่นก็คือ บ้านผาหมอน  เป็นหมู่บ้านขนาดกลางตั้งอยู่กลางหุบเขาล้อมรอบไฮไลต์เด็ด คือ การได้มานอนเล่นพักผ่อนแบบส่วนตัวที่ รีสอร์ทชุมชน (Bamboo Pink House) เป็นบ้านที่อยู่บนสันดอยมองเห็นทิวทัศน์นาข้าวขั้นบันไดกลางหุบเขาที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาติที่แสนสงบ  บ้านผาหมอนช่วงนาข้าวสีเขียว ควรเดินทางมาช่วงกลางเดือนก.ย. – กลาง ต.ต. และช่วงสีทองคือ ช่วง ปลายเดือนต.ค. –ต้น พ.ย. หลังจากนั้นชาวบ้านจะเก็บเกี่ยว

    ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก บ้านผาหมอน

     

     

     

    มุมพักผ่อนสุดชิวแบบส่วนตัว

     

     

    นอกเหนือจากนอนเล่นพักผ่อนชมนาข้าวบันไดแล้วยังสามารถท่องเที่ยวรอบหมู่บ้าน เรียนรู้วิถีชีวิตประจำวันชาวกะเหรี่ยง อาทิ การทอผ้า ทำการเกษตร ดูแปลงเกษตรปลอดสาร แปลงดอกไม้ ผลไม้เมืองหนาว ถือเป็นการออกกำลังกายเล็กๆ ที่บ้านผาหมอนมีจักรยานให้ปั่นฟรีจอดอยู่หลายคัน

     

     

    ไม่ใช่เพียงแต่เต็มอิ่มไปกับบรรยากาศของบ้านพักแต่บรรยากาศในการรับประทานอาหารก็เยี่ยมที่สุด โต๊ะทานอาหารเรียบง่ายแต่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ในแบบที่ไม่คิดว่าจะได้เจอการใส่ใจเรื่องนี้ได้จากบ้านพักของชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลความเจริญ  จาน ชาม ช้อน ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบสวยงาม  เมนูอาหารก็จะเป็นอาหารง่ายๆ เช่น ผัดผัก  ยำปลากระป๋องผักสด ไข่เจียว ต้มยำไก่บ้าน แต่รสชาติอร่อยมาก เรียกได้ว่าเมื่อมาถึงบ้านผาหมอนเราจะได้ความประทับใจในทุกเรื่อง

     

     

    นาข้าวขั้นบันไดโครงการหลวงแม่ลาน้อย  แม่ฮ่องสอน

    โครงการหลวงแม่ลาน้อย โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ  เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและยังบริสุทธิ์อบอุ่นไปด้วยวิถีชีวิตที่งดงามของชาวเขา  ในช่วงเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นฤดูทำนาข้าว นักท่องเที่ยวจะได้ ชมความสวยงามของนาข้าวขั้นบันไดภายในพื้นที่ของโครงการตลอดสองข้างทางรวมทั้งชมแปลงผักปลอดสารพิษที่ปลูกตลอดทั้งปี

    ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก โครงการหลวงแม่ลาน้อย

     

     

    วิวสวยๆระหว่างทางไปโครงการหลวง

     

     

    นาข้าวขั้นบันไดที่นี่บรรยากาศเป็นธรรมชาติในแบบไม่ต้องปรุงแต่ง   มองไปทางไหนเหมือนถูกโอบล้อมด้วยความเขียวขจีของภูเขา

     

     

    นาข้าวขั้นบันไดโครงการหลวงแม่ลาน้อยเมื่อกลายเป็นสีทองมองไปแล้วคล้ายกับซาปา เวียดนาม

     

     

    นอกจากจากนี้ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่บ้านห้วยห้อม เริ่มจากพาชมไร่กาแฟ กาแฟบ้านห้วยหอมจะปลูกอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและแซมไปกับต้นไม้ชนิดอื่นให้ขึ้นตามไล่เขาและตามทางไปเรื่อย เพราะการปลุกแบบนี้จะทำให้ต้นกาแฟไม่ตายง่าย กาแฟห้วยห้อมถือว่าเป็นกาแฟที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับจากสตาร์บัค  ที่นี่เค้าให้นักท่องเที่ยวชิมฟรีไม่อั้น  ชิมแล้วรสชาติถูกใจซื้อกลับบ้านหรือซื้อเป็นของฝากได้

     

     

    ชมฟาร์มแกะ ที่ชาวบ้านจะนำขนของมันมาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ผ้าขนแกะ หมวก ผ้าห่ม และสบู่รกแกะ  สินค้าโอท๊อป

     

     

    นาข้าวขั้นบันไดโครงการปิดทองหลังพระ น่าน

    นาข้าวขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน  โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยแนวทางของโครงการ ก็คือ เริ่มต้นด้วยการลดการใช้พื้นที่ป่า แสวงหาวิธีปลูกข้าวแบบใหม่ โดยนำวิธีการทำนาขั้นบันไดบนพื้นที่ ภูเขา แทนข้าวไร่  เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน จากความร่วมแรงร่วมใจของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านทำให้พื้นที่ตรงนี้กลายเป็นสีเขียวของนาข้าวที่ปลูกลดหลั่นไปตามไหล่เขาอันงดงาม

    ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียดคลิ๊ก โครงการปิดทองหลังพระ

     

     

    นาข้าวขั้นบันไดครอบคลุมหลายหมู่บ้าน ตั้งแต่บ้านสะจุก สะเกี้ยง บ้านบวกอุ้ม บ้านเปียงซ้อ ตลอดเส้นทางที่นั่งรถ เราจะได้พบเห็นกับ ความเขียวขจีของนาข้าวขั้นบันไดแซมด้วยพืชไร่อย่างข้าวโพด ท่ามกลางความความเขียวขจีของต้นไม้และความอลังการของภูเขาที่เรียงรายกันสลับซับซ้อน งดงามยิ่งนัก  การมาเที่ยวชมนาข้าวขั้นบันไดหากต้องการความเขียวขจี และความชุ่มชื้น สามารถมาได้ในช่วงหน้าฝน ตั้งแต่เดือน ก.ย. ส่วนในช่วงปลายต.ค. – พ.ย. ซึ่งเป็นหน้าหนาวก็จะได้สัมผัสอากาศหนาวและนาข้าวสีเหลืองทองเริ่มออกรวง

     

     

    บรรยากาศของแสงสวยๆยามเย็น

     

     

    สายหมอกยามเช้าตรงจุดชมวิวใกล้เกษตรที่สูงบ้านสะจุกสะเกี้ยง

     

    ต้นข้าวที่นี่ อยู่เหนือเมฆเคียงคู่กับท้องฟ้า

     

    รู้จักนาข้าวขั้นบันไดสวยๆในเมืองไทยกันแล้ว เลือกกันได้หรือยังค่ะว่าฝนนี้เตรียมแพคกระเป๋าไปเที่ยวที่ไหนกันดี

    Tags : , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    รวมที่พัก