• เส้นทางฝันวันสีชมพู ขุนวาง ขุนช่างเคี่ยน ขุนแม่ยะ

    เกือบ 2 ปี ที่ฉันเฝ้ารอไปถ่ายภาพเจ้าดอกไม้สีชมชมพูแสนหวานซึ่งได้รับสมญานามว่า ซากุระเมืองไทย  หลังจากที่เคยเห็นครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน บานสะพรั่งสวยงามมาก ภาพความประทับใจของสีชมพูยังติดตา ตรึงใจ จนอยากกลับไปอีกครั้ง แต่ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปทำให้ช่วงหลังดอกนางพญาเสือโคร่งบานน้อยมากและบานไม่ค่อยตรงเวลา ปีนี้ 2557 ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีฉันลุ้นว่าจะบานมั้ยและเชื่อว่าหลายคนตั้งหน้า ตั้งตารอด้วยความรู้สึกแบบเดียวกัน  และในที่สุดสีชมพูก็มาตามนัดได้สมหวังซักที ฉันขอเรียกเส้นทางสายนี้ว่า เส้นทางฝันที่เฝ้ารอมานานเพื่อจะได้ชมดอกนางพญาเสือโคร่งบานอวดโฉมพร้อมกัน ที่ ขุนวาง ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี   ขุนแม่ยะ   ขุนช่างเคี่ยน   จ.เชียงใหม่

    ทริปเดินทางวันที่ 10-12 ม.ค. 57

     

    cover

     

    เริ่มต้นกับการตามหาดอกนางพญาเสือโคร่งที่แรก นั่นคือ สถานีวิจัยเกษตรที่สูงเชียงใหม่ (ขุนวาง)   ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ดอยอินทนนท์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียกชื่อสั้นๆว่า ขุนวาง ฉันเดินทางจากกรุงเทพไปถึงดอยอินทนนท์ตั้งแต่ 6 โมงเช้า พักล้างหน้าล้างตารับประทานข้าวเช้าที่โครงการหลวง หลังจากนั้นออกเดินไปยังขุนวาง ถึงประมาณ 10 โมงกว่า  บรรยากาศของแปลงดอกไม้เมืองหนาวด้านหน้าสถานี ฯ เห็นต้นพญาเสือโคร่งบานแซมสลับไปมากันต้นไม้ ถึงแม้ฉันจะเคยมาที่นี่และเคยแค่เห็นภาพนี้มาแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกตื่นตา ตื่นใจ ทุกครั้งที่ได้มอง ข้อมูลขุนวาง http://www.paiduaykan.com/province/north/chiangmai/khunwang.html

     

    DEW_3592

     

    เดินเข้ามาข้่างในผ่านร้านกาแฟ ร้านอาหารจะเจอพญาเสือโคร่งเป็นซุ้มเล็กๆ พักถ่ายภาพตรงจุดนี้กันซักครู่

     

     

    แต่จุดหมายในการตามล่าสีชมพูที่ขุนวางของฉันไม่ได้อยู่ตรงจุดนี้ ตั้งใจไปยังจุดไฮไลต์ นั่นคือ อุโมงค์พญาเสือโคร่ง  ซึ่งตอนมาครั้งแรกพลาดไม่ทราบว่าต้องเข้าไปข้างในประมาณ 800 เมตร   ขับรถเข้าไปเพราะไม่ต้องเดินให้เมื่อย

     

    DEW_3839

     

    ในที่สุดฝันก็เป็นจริง อุโมงค์พญาเสือโคร่งเรียงรายกันเป็นแถว ในเวลานี้สวยงาม สะพรั่ง ความพิเศษของอุโมงค์หรือซุ้มพญาเสือโคร่งที่ขุนวางก็คือ ต้นพญาเสือโคร่งไม่สูงเกินไป ทำให้เราได้ถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดเสมือนว่ามันอยู่ใกล้ตัวนิดเดียว

     

    DEW_3652

     

    ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น เมืองไทยก็มีบรรยากาศแบบนี้ให้ชมเหมือนกัน เดินจูงมือ ชมนก ชมไม้  ท่ามกลางดอกนางพญาเสือโคร่ง ฟินสุด สุด

     

     

    เวลาถ่ายภาพนางพญาเสือโคร่งอยากได้ภาพตัวเองสวยๆ สิ่งหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึงคือ สีเสื้อที่ใส่ ถ้าใส่สีเหลือง ฟ้า หรือขาว+ ผ้าพันคอลายสดๆ สีจะได้ตัดกัน ตัวเราจะได้เด่นๆ

     

     

    นั่งพักผ่อนเพลิน เพลิน ตรงศาลาชมวิว

     

     

    อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจบริเวณ อุโมงค์นางพญาเสือโคร่ง มีซอยเล็กๆ  ข้างศาลาชมวิว มองเห็นไกลเป็นหญ้ารก เหมือนมีพญาเสือโคร่งอยู่ในนั้นไม่กี่ต้นดูแล้วไม่น่าเดินเข้าไปเท่าไหร่แต่นั่นเป็นเพียงแค่ภาพภายนอกที่เราเห็น จงเดินเข้าไปค่ะเพราะคุณจะได้พบกับอีกมุมหนึ่งที่งดงามเช่นกัน

     

     

    ตรงจุดนี้ ต้นนางพญาเสือโคร่งเยอะมากเหมือนเป็นอีกหนึ่งอาณาจักรใหญ่ของขุนวาง ถ่ายภาพนางแบบสนุกและเพลินกันไปเลยทีเดียว

     

     

    ถ่ายภาพที่ขุนวางจนพอใจ เดินทางกลับไปยังเส้นทางเดิมที่มาในตอนแรก จะผ่านจุดชมนางพญาเสือโคร่งที่สวยงามและน่าสนใจอีกจุดหนึ่งนั่นคือ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี ซึ่งในเวลานี้บานสะพรั่งสวยงามแถมปีนี้ให้สีชมพูสดใสมาก

     

    DEW_3428

     

    ลักษณะของ นางพญาเสือโคร่งที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี บานรอบสระน้ำและถึงแม้จะมีไม่เยอะเท่าที่อื่น  แต่ก็มีมุมให้เราได้ถ่ายภาพสวยเช่นกัน

     

     

    เดินถ่ายภาพชมวิวรอบสระน้ำไปเรื่อยๆ

     

     

    เริ่มมีใบแทรกขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะที่นี่บานเร็วก่อนที่อื่น บานมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ธ.ค.

     

     

    กิ่งของต้นพญาเสือโคร่งต้นไฮไลต์หน้าศูนย์ฯ อีกหนึ่งมุมถ่ายภาพที่ทำเราได้ใกล้ชิดกับพญาเสือโคร่งมากขึ้น เพราะต้นไม่สูงกิ่งก้าน สาขา แผ่กระจายเกือบถึงพื้น

     

     

    ชมความงามของสีชมพูในโซนดอยอินนนท์เรียบร้อยไปแล้วแวะพัก 1 คืน ที่ห้วยน้ำดัง เช้าวันใหม่ออกเดินทาง ไปตามหาสีชมพูยังที่ต่อไป ขุนแม่ยะ   ข้อมูลขุนแม่ยะ http://www.paiduaykan.com/76_province/north/chiangmai/maeya.html

     

    DEW_3913

     

    มีหลายคนชอบถามฉันว่า พญาเสือโคร่งที่ไหน สวยงามกว่ากัน หรือไปที่ไหนดีกว่ากัน  ฉันไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าที่ไหนสวยที่สุด เพราะแต่ละที่ก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกัน แล้วแต่คนชอบและมองมากกว่า อย่างที่ ขุนแม่ยะ ความพิเศษซึ่งที่อื่นไม่มีก็คือ มุมของความงามของสีชมพูที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา

     

    DEW_4191

     

    และในขณะเดียวกัน ก็มีต้นนางพญาเสือโคร่งให้เราได้ชื่นชมใกล้ชิด

     

     

    ขุนแม่ยะ ค่อนข้างกว้างและมีหลายโซนและหลายมุมให้เราได้ถ่ายภาพ ถึงแม้วันที่ฉันไปอากาศจะครึ้มบ้าง แต่ก็ยังสวยงาม

     

    DEW_3992

     

    ภายใน ขุนแม่ยะ ไม่มีบ้านพักให้บริการ แต่อนุญาติให้นักท่องเที่ยวนำเต้นท์มากางได้ มีจุดกางเต้นท์ท่ามกลางดอกนางพญาเสือโคร่งหลายจุด

     

     

    ส่วนอาหาร น้ำ ก็ต้องเตรียมมาเอง มีเพียงซุ้มขายมาม่า และเครื่องดื่ม ให้บริการเท่านั้น

     

     

    บอกลาสีชมพูที่ขุนแม่ยะ  เดินทางไปยังที่พักยังโครงงการหลวงบ้านวัดจันทร์ เพื่อพักผ่อนชมวิวเมเบิ้ลเปลี่ยนสี หลังจากนั้นในเช้าวันใหม่ก็เตรียมเดินทางกลับเข้าไปยังตัวเมืองเชียงใหม่ ปิดท้ายกันที่ ขุนช่างเคี่ยน  แห่งดอยสุเทพ ข้อมูลคลิ๊ก  http://www.paiduaykan.com/76_province/north/chiangmai/khunchangkain.html

     

     

    การเดินทางมาขุนช่างเคี่ยน ในช่วงนี้ถ้าไปวันเสาร์ อาทิตย์ ยิ่งช่วงบ่ายการจราจรติดขัดมาก รถต้องวนกลับลงหลายคันไปติดอยู่ข้างบนก็มีเพราะทางแคบ ชัน รถสวนแทบไม่ได้ ที่จอดก็ไม่มี หลายคนไม่เชื่อแต่บอกเลยเรื่องจริงเพราะสัมผัสมากับตัว เพราะฉะนั้นคำแนะนำคือ ควรขึ้นไปเช้าหน่อย อีกอย่างตอนเช้าทิศทางของแสงถ่ายภาพมาแล้วสวยกว่า และถ้าใช้บริการรถท้องถิ่นได้ควรใช้ จอดรถไว้ตรงพระธาตุดอยสุเทพแล้วนั่งรถสองแถวขึ้นมาคิดราคาไปกลับคนละ 200 บาท ราคาเหมาอยู่ที่ 1500-2000 บาท แล้วแต่ต่อรอง สุดท้ายมอเตอร์ไซต์เป็นอะไรที่ตอบโจทย์ที่สุด ถ้าคุณขับแข็งพอควรค่ะ

     

     

    กว่าจะฝ่ากระแสรถติดมาได้ก็บ่ายแก่เกือบเย็นมาถึงจนไ้ด้  เคยมาขุนช่างเคี่ยนในช่วงเช้ารู้สึกว่าบรรยากาศดีกว่าเพราะอาทิตย์จะอยู่ตรงข้ามกับมุมไฮไลต์ที่เราต้องการถ่ายภาพ แต่มาช่วงบ่ายแสงส่องเข้ามาที่เราโดยตรงทำให้เก็บภาพยากพอสมควร ซึ่งจริงๆแล้วการมาเที่ยวชมนางพญาเสือโคร่งในความคิดของฉันไม่ว่าจะเป็นที่ไหนควรไปก่อนเที่ยง ที่ขุนช่างเคี่ยนมีซุ้มพญาเสือโคร่งเป็นทางเดินยาวไปถึงร้านกาแฟของสถานี ฯ ให้ได้เดินเก็บภาพไปเรื่อยๆ

     

     

    บ้านพักถานีเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยนท่ามกลางสีชมพู

     

     

    ร้านกาแฟของสถานี ฯ ตั้งอยู่ข้างในสุด เมื่อมานั่งจิบกาแฟก็จะได้เห็นวิวของขุนช่างเคี่ยนตามภาพ

     

    DEW_4319

     

    เดินผ่านร้านกาแฟเข้าไปสำรวจวิวบริเวณบ้านพักซักหน่อย เป็นบ้านไม้ธรรมดา อาจดูโทรมหน่อย แต่วิวชนะเลิศ

     

     

    มุมจากบ้านพักมองไปเห็นดอกนางพญาเสือโคร่งตรงบริเวณลานสนามหญ้า หน้าทางเข้าสถานี ฯ

     

     

    จบทริปเส้นทางฝัน เมมโมรี่ของฉันในเวลานี้เต็มอิ่มไปด้วยสีชมพูสมใจกับที่เฝ้ารอมานาน สำหรับใครที่อยากสัมผัสความรู้สึก ชมพู๊ ชมพูแบบนี้ ให้ รีบมาก่อนสิ้นเดือน ม.ค. 57 ค่ะ

     

     

    โปรแกรมท่องเที่ยวตามทริป

    วันแรก
    20.00 น.   ออกเดินทางจากกรุงเทพ

    วันที่สอง
    06.00 น.    ถึงดอยอินทนนท์แวะทานข้าวเช้าที่โครงการหลวงชมดอกพญาเสือโคร่งที่ขุนวาง

    13.00 น.   เดินทางต่อไปยังห้วยน้ำดัง ระหว่างทางแวะทานอาหารกลางวัน
    16.00 น.   ถึงห้วยน้ำดังพักผ่อนตามอัธยาศรัย 17.00 น.   เดินไปชมพระอาทิตย์ตก ณ จุดชมวิว
    18.00 น.   รับประทานอาหารเย็น

    วันที่สาม
    06.00 น.   ตื่นแต่เช้าชมทะเลหมอกที่จุดชมวิวกิ่วลม
    08.00 น.   รับประทานอาหารเช้า เดินทางต่อไปยังขุนแม่ยะ เปลี่ยนเป็นรถโฟรวิวเข้าไปชมดอกพญาเสือโคร่ง

    15.00 น.    ถึงโครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์เดินเล่นชมวิวตามอัธยาศรัย
    18.00 น. รับประทานอาหารเย็น

    วันที่สี่
    06.00 น.  ตื่นแต่เช้าชมวิวไอหมอกลอยเหนือน้ำในยามเช้าที่อ่างเก็บน้ำ และใบเมเบิ้ลเปลี่ยนสีตามอัธยาศรัย
    08.00 น. รับประทานอาหารเช้า
    09 .00 น. เดินทางไปยังขุนช่างเคี่ยน

    15.00 น.  ถึงขุนช่างเคี่ยน ถ่ายภาพตามอัธยาศรัย
    03.00 น.  ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

     

    Tags : , , , , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

    บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน