• เส้นทางแห่งความสุข กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์

    เคยรู้สึกมั้ยเมื่อเราไปยืนอยู่ยังสถานที่แห่งหนึ่ง สถานที่นั้นทำให้รู้สึกเหมือน เราคือ คนพิเศษที่ได้รับของขวัญจากธรรมชาติที่แสนล้ำค่า กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ คือ สถานที่ที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้น   แม้ว่าในเส้นทางศึกษาธรรมชาติกว่า  3 กิโลเมตร  กับหลายคำบอกกล่าว “ เหนื่อยน่ะ  ต้องตื่นมาเดินแต่เช้า หนาวมาก”   จะทำให้ฉันหวั่นๆบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้จุดหมายในการเดินทาง ต้องเปลี่ยนแปลงไป รออะไรอยู่ละ เตรียมพร้อมเดินทางไปชมจุดชมวิว ที่ฉันยกนิ้วให้ว่า เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของดอยอินทนนท์

     

    กิ่วแม่ปาน

     

    มาเที่ยว กิ่วแม่ปาน พักที่ไหนดี  การเดินไปยังจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน เวลาเช้า คือ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด การเลือกพักให้ใกล้กับจุดชมวิว ก็น่าจะเป็นอะไรที่สะดวกที่สุด เส้นทางขึ้นไปยังดอยอินทนนท์ มีที่พักหลายแห่ง เช่น โครงการหลวงอินนทนนท์ บ้านแม่กลางหลวง ที่พักของอุทยานฯ  ดอยชัวร์ญ่า รีสอร์ท หรืออาจจะนั่งรถมาเช้าที่ดอยอินนทนนท์ก็ยังได้  ฉันเลือกพักที่ โครงการหลวงอินทนนท์ ซึ่งเป็นที่พักที่อยู่ใกล้กับ จุดชมวิวกิ่วแม่ปานที่สุด ข้อมูลกิ่วแม่ปานอย่างละเอียดคลิ๊ก กิ่วแม่ปาน 

     

    ที่พักโครงการหลวงอินทนนท์

     

    สำหรับในช่วงฤดูแห่งการท่องเที่ยวหากเราจองที่พักโครงการหลวงได้ทันเป็นอะไรที่ฟินที่สุด เพราะที่พักโครงการหลวงการันตีว่าน่าพัก โดยเฉพาะที่ดอยอ่างข่างและดอยอินทนนท์ บรรยากาศสวยงาม เป็นอย่างมาก ที่พักโครงการหลวงอินทนนท์ ตั้งอยู่ในโซนเดียวกับสวนดอกไม้สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ที่พักจะแบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนแรกอยู่ใกล้กับร้านอาหารและสถานีเกษตรหลวง ซึ่งฉันจองไว้ 2 หลัง เป็นบ้านพักหลังละ 2 คน ราคาหลัง 1500 บาท  ราคานี้พร้อมอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ ซึ่งทางโครงการหลวงจัดเต็มมาก  หากมาในช่วงเดือนม.ค. ก็จะได้พบกับใบเมเบิ้ลเปลี่ยนสี ซึ่งปลูกอยู่ด้านหน้า

     

    ที่พักโครงการหลวงอินทนนท์

    ที่พักโครงการหลวงอินทนนท์

     

    ขับรถวนเข้ามายังที่พักโซนด้านหลังสถานีเกษตรหลวงฯโซนนี้มีต้นพญาเสือโคร่งบานอยู่ด้านหน้า บรรยากาศดีมาก

     

    ที่พักโครงการหลวงอินทนนท์

     

    เดินเข้าไปข้างในจะเป็นที่พักเพิ่งสร้างใหม่ ดีไซน์ออกแนวโมเดิรนหน่อย

     

    ที่พักโครงการหลวงอินทนนท์

     

    หลังนี้คือ ที่พักที่จองไว้อีก 1 หลัง เรียกว่า บ้านแบบญี่ปุ่น ซึ่งใน 1 หลังแบ่งเป็น 2 ห้อง พักได้ห้องละ 4 คน  ราคาห้องละ 1200 บาท

     

    ที่พักโครงการหลวงอินทนนท์

     

    บรรยากาศของห้องแรกกว้างขวาง น่านอนมาก ที่นอนเป็นแบบสไตล์ญี่ปุ่นน่ารัก

     

    ที่พักโครงการหลวงอินทนนท์

    ที่พักโครงการหลวงอินทนนท์

     

    ห้องน้ำกว้างขวางใหญ่โต

     

    ที่พักโครงการหลวงอินทนนท์

    ที่พักโครงการหลวงอินทนนท์

     

    แวะมาสำรวจอีก 1 ห้อง ลักษณะคล้ายๆ กัน

     

    ที่พักโครงการหลวงอินทนนท์

     

    โครงการหลวงมีร้านอาหารให้บริการตลอด ทั้งเช้า เที่ยง และในช่วงเย็นเปิดตั้งแต่ 6 โมงเย็น – 2 ทุ่ม

     

    ร้านอาหารโครงการหลวงอินทนนท์

    ร้านอาหารโครงการหลวงอินทนนท์

     

    อาหารมีหลากหลายเมนูให้เลือก ล้วนแต่น่ารับประทานและรสชาติอร่อยมาก เริ่มจากจานโปรดเป็ดอบกาแฟอร่อยถึงกับต้องสั่งเบิ้ล

     

    ร้านอาหารโครงการหลวงอินทนนท์

     

    ปลาสเตอร์เจี่ยนนึ่งซีอิ๋ว มาเป็นชิ้นเล็กน่ารัก

     

    ร้านอาหารโครงการหลวงอินทนนท์

     

    กุ้งอบซอสมะขาม

     

    DEW_4792

     

    ต่อด้วยยำเห็ดออรินจิ  และปลาสลิดทอดกับน้ำพริกอ่อง

     

    DEW_4789

    DEW_4798

     

    ตบท้ายด้วยผัดฟักแม้วและเห็ดหอมสดทอด

     

    ร้านอาหารโครงการหลวงอินทนนท์

    ร้านอาหารโครงการหลวงอินทนนท์

     

    หลับใหลไปกับความหนาวใต้ผ้าห่มอุ่น ออกจากที่พักตั้งแต่ตีห้าครึ่ง เพื่อไปยังจุดเริ่มเดินเ้ท้ากิ่วแม่ปาน ก.ม ที่ 42 มาถึงในช่วงหน้าหนาวค่อนข้างคึกคัก มีร้านค้าขายกาแฟ มาม่า เปิดให้บริการ  ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน คือ เดือนธันวาคม-มกราคม ส่วนในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคมเส้นทางนี้ปิดให้บริการ เพื่อ ให้เวลาธรรมชาติฟื้นตัว การเดินกิ่วแม่ปานให้ได้อรรถรส  อยากเจอบรรยากาศของทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ควรเริ่มเดินตั้งแต่ 6 โมง เช้า ซึ่งเป็นเวลาที่เปิดให้เข้า แต่ถ้าใครไม่อยากตื่น กลัวหนาว แค่อยากไปชมวิวก็เห็นมีนักท่องเที่ยวเพิ่งเริ่มเดินเข้าไปตอน 8 โมงกว่าก็เยอะ แต่สำหรับฉันเวลานั้นก็ไม่สวยเท่าไปแต่เช้า เพราะแดดเริ่มจ้า หมอกหาย  การเดินไปกิ่วแม่ปาน ต้องมาลงชื่อตรงทางเข้ามีคนนำทางไปด้วย 1 คน เสียค่านำทาง 200 บาท  ไฟฉายควรเตรียมมาด้วย เส้นทางเดินของฉันจะไม่เหมือนนักท่องเที่ยวคนอื่น เพราะฉันใช้เส้นทางเดินกลับเป็นเส้นทางไป เรียกว่าเดินย้อนศรเพราะตั้งใจไปชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อน ที่ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น เดินมาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า เส้นทางนี้ก็ถือว่าเดินมาได้เกือบครึ่งทางแล้ว

     

     

    เป็นวิวที่อลังการที่สุด และสวยมาก สำหรับภาพถ่ายที่ถ่ายทอดมาอาจได้มาเพียงครึ่ง เพราะสถานที่จริงบรรยากาศสวยกว่านี้มาก เป็นวิวที่กว้างใหญ่สุดตา จนฉันรู้สึกว่าตะลึงอย่างมากกับความสวยงามที่ไม่ได้คาดคิดเพราะความตั้งใจแรกเพียงแค่ต้องการมาชมพระอาทิตย์ขึ้นเท่านั้น

     

     

    ทะเลหมอกลอยคลอเคลียอยู่ตามทิวเขา พร้อมด้วยท้องฟ้าที่กำลังเริ่มมีสีทองของพระอาทิตย์เข้ามาประกอบ

     

    กิ่วแม่ปาน

     

    จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นกิ่วแม่ปาน เป็นจุดที่เห็นวิวของพระธาตุฯทั้งสององค์ ซึ่งพระอาทิตย์จะขึ้นเหนือพระธาตุฯพอดี น่าเสียดายช่วงเวลาที่ไปอีกองค์กำลังบูรณะจะเรียบร้อยประมาณ พ ย 57

     

    กิ่วแม่ปาน

    กิ่วแม่ปาน

     

    เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางต่อยังเหลืออีกครึ่งทางเพื่อไปยัง จุดชมวิวสูงสุดกิ่วแม่ปาน เส้นทางเดินก็จะเป็นบันไดลัดเลาะไปตามภูเขาแบบนี้ค่ะ ทางเดินกว้างประมาณ 1 เมตร ซึ่งจะสามารถเดินได้เพียงคนเดียว จึงเป็นที่มาของชื่อ “กิ่วแม่ปาน” ระหว่างทางจะมีต้นไม้น้อยใหญ่ให้ชม อย่างเพลิดเพลิน รวมถึงกุหลาบพันปีสีแดงออกด้วยสวยงาม

     

    กิ่วแม่ปาน

    กิ่วแม่ปาน

     

    มองไปยังข้างทางจะเห็นภาพทะเลหมอกตลอดเส้นทาง  เป็นการเดินที่ฉันรู้สึกว่าฟินที่สุดและไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่น้อย เพราะเมื่อมาถึงจุดนี้เส้นทางก็จะไม่ชันแล้ว จะเป็นลักษณะเดินเรียบไปตามไหล่เขาเรื่อยๆ  ซึ่งทางอุทยานฯทำทางเดินศึกษาธรรมชาติไว้เป็นอย่างดี

     

    กิ่วแม่ปาน

     

    มาถึงจุดชมวิวจุดแรก แวะเก็บภาพกันซักหน่อย

     

    กิ่วแม่ปาน

     

    เดินขึ้นมาเรื่อยๆ จะเริ่มพบกับทุ่งหญ้าสีทอง

     

    กิ่วแม่ปาน

    กิ่วแม่ปาน

     

    แสงส่องลงมาเหมาะเจาะพอดี

     

    กิ่วแม่ปาน

     

    มองขึ้นไปเห็นจุดชมวิวสูงสุดอยู่ไม่ไกลแล้ว

     

    กิ่วแม่ปาน

     

    เดินกันต่อ หันหลังมองกลับลงมายังเส้นทางเดิน เป็นเส้นทางที่ว้าวววว มากที่สุด  ทุ่งหญ้าสีทอง ทะเลหมอกสีขาว ภูเขาสีเขียว และท้องฟ้าสีฟ้า พร้อมแสงอุ่นในยามเช้า ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

     

    กิ่วแม่ปาน

     

    กิ่วแม่ปาน

     

    มุมยอดฮิตของกิ่วแม่ปานซึ่งฉันใฝ่ฝันที่จะได้มายืนมองด้วยตัวเองซักครั้ง ฝันเป็นจริงแล้ว อารมณ์เหมือนเรายืนอยู่บนสวรรค์ ลมเย็นพัดผ่านใบหน้า กับภาพทิวเขาที่กว้างใหญ่  พร้อมด้วยทะเลหมอกที่ลอยคลอเคลียอยู่เบื้องล่าง อารมณ์ของนักเดินพวยพุ่ง  ทำให้ไม่อาจจะปฎิเสธตัวเองได้ว่า ที่นี่ คือ จุดชมวิวที่วิเศษที่สุด อีกจุดหนึ่งเท่าที่เคยได้สัมผัสมา

     

    dew_3343

     

    ได้เวลาเดินทางกลับผ่านทุ่งหญ้าสีทองกว้างใหญ่  กับสายหมอกในยามสายที่เริ่มจากลอยขึ้นมาเหนือท้องฟ้า ทุ่งหญ้าจะกลายเป็นสีทองพริ้วไหวในช่วงฤดูหนาว

     

    กิ่วแม่ปาน

    กิ่วแม่ปาน

     

    จากทุ่งหญ้าสีทองผ่านเส้นทางเดินกลับเป็นป่าดิบเขาบรรยากาศร่มครึ้ม มีแสงแดดส่องลงมาเพียงรำไรตามพื้นป่าสีเขียว

     

    DEW_3374

    กิ่วแม่ปาน

     

    ระยะทาง 3 ก.ม. กับเวลา 3 ชั่วโมง กับเส้นทางแห่งความสุข กิ่วแม่ปาน  หากใครได้มาเดินและยืนอยู่ตรงจุดนี้  ฉันเชื่อว่าทุกคนคงจะมีความรู้สึกเช่นเดียวกับฉัน ความรู้สึกแห่งความคุ้มค่า ที่เราต้องตื่นแต่เช้า เดินฝ่าอากาศหนาว เพื่อมาทำความรู้จักกับสถานที่แสนวิเศษแห่งนี้ กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์

     

    กิ่วแม่ปาน

    Tags : , , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน