• ท่องเที่ยววีถีไทย มหัศจรรย์กำแพงเพชร

    กำแพงเพชร หรือ ชากังราวในอดีต อีกหนึ่งเมืองแห่งมรดกโลกที่น่าสนใจเคียงคู่ไปกับสุโขทัย  เป็นเมืองเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยทวารวดี เป็นที่ตั้งของเมืองโบราณหลายเมือง นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่สองที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ครองเมืองซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็น ” พระยาวชิรปราการ”  ในเวลานั้น เมื่อมาถึงกำแพงเพชรแน่นอนเราต้องไม่พลาดมาชม 1 ใน 5 สิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่เหมือนใคร อันได้แก่  1. มหัศจรรย์ทิศทั้ง 8 นับช้าง  วัดช้างรอบ  2. บูชาพระเครื่องเศรษฐีมั่งมีตลอดชาติ  3. มหัศจรรย์น้ำตกคลองลาน ม่านน้ำแห่งภูผา  4. มหัศจรรย์ครั้งหนึ่งในชีวิตพิชิตโมโกจู  5. กินบะหมี่เกี๊ยวชากังราว +เฉาก๊วย   นอกจากนี้กำแพงเพชรยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิถีไทยที่น่าสนใจที่งดงามหลายแห่ง แล้วจะช้าอยู่ไยไปด้วยกันชวนทุกคนมาฉีกกฎการท่องเที่ยวในแบบเดิมๆ ทำความรู้จักกับสิ่งมหัศจรรย์และท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋ ไม่เหมือนใคร ที่นี่ กำแพงเพชร

     

    cover2

     

    ก่อนไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ เราต้องมาเติมพลังลิ้มลอง บะหมี่ชากังราว อันลือชื่อ หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์แรก โดยร้านจะมีอยู่สองร้านตั้งยู่ริมถนนราชดำเนิน1 จะเลือกทานร้านไหนก็ได้ทราบว่าเค้าก็คือ ญาติพี่น้องกันค่ะ   เราเลือกทานกันที่ร้านบะหมี่ชากังราว ตั้งอยู่ตรงหัวมุม ร้านเปิดขายตั้งแต่เวลา 9.00-15.00น.ทุกวัน  เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดขายมานานกว่า 60 ปี

     

    DEW_3499

    DEW_3472

     

    เมนูของร้านมีทั้งก๋วยเตี๋ยวและหมูสะเต๊ะ  ก่อนรับประทานบะหมี่ก็เรียกน้ำย่อยด้วยหมูสะเต๊ะกันก่อน

     

    DEW_3476

    DEW_3479

    ความพิเศษของบะหมี่ชากังราวคือเส้นบะหมี่ทำเองจะคล้ายกับเส้นบะหมี่เหลืองซึ่งมีความนุ่มกว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวทั่วไทย โดยแยกผักลวกมาให้อีกหนึ่งชาม มีถั่วฝักยาว ถั่วงอก แล้วก็มะนาว ถ้าไม่พอก็ขอใหม่ได้ค่ะ สำหรับรสชาติของน้ำซุปอาจจะติดไปทางหวานนำ สำหรับคนที่ไม่ชอบทานหวานก็ปรุงรสเพิ่มเติมกันได้ตามชอบ

     

    DEW_3490

     

    อิ่มท้องแล้วแวะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวกำแพงเพชรให้ความเคารพนับถือ หลวงพ่อเพชร วัดบาง  ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปเนื้อสำริดศิลปะแบบเชียงแสน ปางมารวิชัย ที่หาชมได้ยาก

     

    DEW_3501

     

    หลวงพ่อเพชรองค์ถือว่าเป็นพระพุทธรูป Unseen ของกำแพงเพชร เพราะเป็นพระพุทธรูปยุคเชียงแสนที่เก่าแก่เป็นพระเนื้อสำริดองค์ใหญ่ที่สุดองค์เดียวที่สมบูรณ์ที่สุดซึ่งเหลืออยู่ในประเทศไทย

     

    DEW_3503

    DEW_3507

     

    นอกจากหลวงพ่อเพชรแล้ว ภายในวัดยังมีพระซุ้มกอขนาดใหญ่ที่สร้างอยู่ในพระวิหารเช่นกันเพื่อให้นักท่องเที่ยวและคนทั่วไปได้มากราบไหว้ เราคงได้ยินชื่นของพระซุ้มกอกันมาบ้าง เพราะเป็นพระเครื่องที่ขึ้นชื่อของจังหวัด ซึ่งกำแพงเพชรถือว่าเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในการทำพระเครื่องเป็นอย่างมาก

     

    DEW_3511

    DEW_3509

     

    ทานบะหมี่ชากังราวไปแล้ว ก็อย่าลืม  “เฉาก๊วยชากังราว” ซึ่งเรามาบุกกันถึงโรงงานทำเฉาก๊วยกันเลยทีเดียว  โรงงานตั้งอยู่ในซอยข้างโรงเรียนบ้านบ่อสามเสน ฝั่งถนนราชดำเนิน2 ซอยอยู่ตรงข้ามโบราณสถานวัดอาวาสใหญ่อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เลี้ยวเข้าซอยไปเพียงนิดเดียวก็จะเจอโรงงานทำเฉาก๋วยชากังราวอยู่ด้านขวามือ

     

    DEW_3553

    DEW_3537

     

    เราอาจจะได้ยินถึงชื่อเสียงของเฉาก๊วยชากังราวกันมาบ้าง มาชมขั้นตอนในการทำกันว่ากว่าจะได้เฉาก๊วยชากังราวที่เนื้อนุ่มเหนียวหนึบนั้นมีขั้นตอนอย่างไร ความพิเศษของเฉาก๊วยชากังราว  คือการนพ 3 สายพันธุ์มาทั้งเฉาก๊วยเวียดนามที่มีความหวานที่สุด เฉาก๊วยอินโดนีเซียที่มีความเหนียวนุ่มไม่เหมือนใคร และเฉาก๊วยของจีนที่ให้ความกลมกล่อม มาผสมรวมกัน ต้นเฉาก๊วยที่ใช้ก็ต้องนำเข้าเพราะไม่สามารถปลูกในเมืองไทยได้ โดยนำต้นที่ตากแห้งมาต้มประมาณ 1-2 ชั่วโมง ให้ยางเฉาก๊วยออกมา แล้วกรองเศษเปลือกออกจากนั้นนำมาเคี่ยวอีก 3 ชั่วโมง แล้วกรองอีกครั้งก่อนผสมน้ำเชื่อมกวนจนเข้ากันดี กรองอีกครั้งก่อนกวนเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเทใส่ถาดพักไว้จนแข็งตัวจากนั้นนำไปตัดและใส่บรรจุภัณฑ์ออกวางขาย

     

    DEW_3542

    DEW_3547

    DEW_3557

     

    หลังจากชมโรงงานทำเฉาก๊วยแล้วไปหาเครื่องดื่มและของหวานดับร้อนกันซักหน่อยที่ร้าน coffee today  อยู่ตรงวงเวียนต้นโพธิ์ ติดกับธนาคารกรุงไทย  ใกล้ธนาคารกรุงไทย ถนนกำแพงเพชร ต.ในเมือง จ.กำแพงเพชร  บรรยากาศร้านก้อเหมาะนัดเพื่อนๆ มานั่งชิลล์ ร้านนี้นอกจากเป็นร้านขายกาแฟเครื่องดื่มและเบเกอรี่ต่างๆแล้ว อีกหนึ่งของอร่อยที่แนะนำว่ามาถึงต้องสั่งนั่นก็คือ เต้าฮวยชากังราว รสชาตินุ่มอร่อยหอมกระทิมีเนื้อมะพร้าวอ่อนใส่เข้ามาด้วยเย็นชื่นใจรับรองว่าอาจมีต่อถ้วยที่สอง  ถือว่าเป็นของหวานขึ้นชื่อของร้านที่เรียกว่าขายดิบขายดีมาก เพราะมีทั้งลูกค้าที่สั่งทานที่ร้านและซื้อหากลับไปเป็นของฝาก

     

    DEW_3578

    DEW_3559

    DEW_3571

     

    เที่ยวมาครึ่งวันเหนื่อยล้าต้องแวะไปพักกันเก็บของ เช็คกินที่โรงแรม นวรัตน์ เฮอริเทจ เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกำแพงเพชรใกล้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ สะอาดและตกแต่งทันสมัย

     

    DEW_3533

    DEW_3529DEW_3515

     

    มีจักรยานให้บริการด้วย โดยคิดราคาค่าเช่าเป็นรายวันและชั่วโมง จะปั่นไปชิวเลียบริมแม่น้ำปิงหรือเยี่ยมชมเมืองก็ได้ โรงแรมเองตั้งอยู่ใกล้กับริมน้ำปิง  เท่าที่ได้สัมผัสโดยการนั่งรถผ่านรอบเมืองกำแพงเพชรทำให้รู้สึกว่าเป็นเมืองที่สงบเหมาะสำหรับปั่นจักรยานมาก

     

    DEW_3519

     

    ภายในห้องของโรงแรมตกแต่งได้อย่างสวยงาม อบอุ่น สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

     

    DEW_3522

     

    บ่ายแก่ๆเราเดินทางต่อไปยังนครชุม อีกหนึ่งตำบลเล็กของกำแพงเพชร ที่มีเรื่องราวที่ไม่เล็ก เพราะนครชุม เป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 700 ปี มีจุดเด่นในเรื่องของขนบธรรมประเพณี ภูมิปัญหาพื้นบ้าน ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ด้วยจุดเด่นดังกล่าวนี้ จึงทำให้นครชุมกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวที่สนใจ ได้มาสัมผัสและเรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณี รวมถึงภูมิปัญญาพื้นบ้าน ของดีขึ้นชื่อของนครชุมคือ พระเครื่อง  หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ 5 สิ่ง ของเมืองกำแพงเพชร

     

    DEW_3579

     

    พระเครื่องของจังหวัดกำแพงเพชรมีชื่อเสียงในด้านความสง่างามด้วยศิลปะอันเกิดจากประติมากรรมของสกุลช่างกำแพงเพชร ในอดีตมีผู้ค้นพบกรุพระพิมพ์หรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่า “พระเครื่อง” บริเวณพระมหาธาตุเจดีย์ที่ถูกปล่อยให้รกร้างเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาก็ได้กลายเป็นจุดกำเนิดของกรุพระเครื่องตระกูลทุ่งเศรษฐี รวมถึงได้มีการพบตำนานการสร้างพระพิมพ์ซึ่งจารึกในแผ่นลานเงินรวมอยู่ในกรุที่ถูกค้นพบ ทำให้คนรุ่นหลังได้ทราบถึงตำนานความเป็นมาของพระเครื่องนครชุมที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน  ด้วยเหตุนี้กำแพงเพชรจึงกลายเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในด้านพระเครื่อง ซึ่งที่นี่มีกรุพระเครื่องทั้งที่ขุดค้นพบแล้วและยังไม่ได้ค้นพบอีกเป็นจำนวนมาก กรุพระเครื่องที่มีชื่อเสียงของกำแพงเพชรได้แก่ กรุทุ่งเศรษฐี  โดยพระเครื่องที่พบที่กรุทุ่งเศรษฐีได้แก่ พระกำแพงซุ้มกอ พระกำแพงเม็ดขนุน และพระกำแพงพลูจีบ โดยเฉพาะพระกำแพงซุ้มกอนั้น ถือเป็นชุดพระพิมพ์ที่มีชื่อเสียง ได้รับการยกย่องจากผู้คนในวงการพระเครื่องให้บรรจุรวมอยู่ในพระเครื่องชุดเบญจภาคี ถือเป็นพระเครื่องห้าชนิดที่เป็นสุดยอดในวงการพระเครื่องของไทย  เพราะฉะนั้นเราจึงพลาดไม่ได้ที่จะมาชมการทำเครื่องโบราณที่แหล่งเรียนรู้การทำพระเครื่อง ซึ่งเจ้าของคือ คุณลุงสมหมาย ซึ่งนอกจากจะยึดการทำพระเครื่องโบราณเป็นอาชีพแล้วยังเปิดให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้วย เข้าชมฟรีโดยไม้คิดค่าใช้จ่าย โดยสามารถติดต่อคุณลุงสมหมายเพื่อขอนัดวันเวลาล่วงหน้าได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 089 641 2543

     

    DEW_3771

     

    คุณลุงเล่าว่าจุดเริ่มต้นที่ให้มาทำพระเครื่อง เพราะมีใจรักคลุกคลีอยู่ในวงการและสะสมพระเครื่องมาตั้งแต่อายุ 20 ปีจนถึงปัจจุบัน  ลุงชอบดู จำและศึกษา วิธีการทำพระเครื่องจากช่างในกำแพงเพชร จนมีโอกาสได้ทดลองทำพระซุ้มกอเป็นอันดับแรก ลองผิดลองถูกจนประสบความสำเร็จในการทำพระเครื่อง และยึดเป็นอาชีพหลักมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะกลายมาเป็นแหล่งเรียนรู้การทำพระเครื่องนครชุม พระเครื่องที่ผลิต ได้แก่ พระซุ้มกอ พระกลีบบัว พระเม็ดขนุน พระนางพญา พระเม็ดมะลื่น พระกำแพงลีลา พระกำแพงเปิดโลก พระเม็ดมะเคล็ด ฯลฯ

     

    DEW_3581

     

    ระหว่างที่คุณลุงเล่าไปก็เริ่มสาธิตการทำพระเครื่องให้ได้ชมกว่าจะมาเป็นพระพิมพ์ที่หรือพระเครื่องที่เรารู้จักนั้น ต้องผ่านกระบวนการใดมาบ้าง  เล่าแบบไม่หวงวิชากันเลยทีเดียว ถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปเทคโนโลยีก้าวหน้าไปเพียงใด แต่ก็ยังคงยึดหลักการทำพระเครื่องแบบโบราณโดยใช้แรงงานคนทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มนวดดินและการโรยส่วนผสมต่างๆ
    DEW_3646

    DEW_3656

     

    เมื่อได้ดินมาแล้วก็โรยแป้งบนพิมพ์จากนั้นก็กดดินลงบนแม่พิมพ์  โดยแม่พิมพ์ก็ได้มาจากการจำลองจากพระเครื่องนครชุมของแท้ ที่เป็นของเก่าของแก่

     

    2

     

    เมื่อกดดินลงกับแม่พิมพ์จนดินขึ้นเป็นรูปแล้ว ก็นำออกมาใส่ถาด พึ่งลมไว้ในร่มประมาณจนแห้ง และนำออกตากแดดให้แห้งสนิท

     

    DEW_3599

    DEW_3601

     

    ต่อด้วยการนำพระไปเผาที่เตาประมาณ 24 ชั่วโมง ซึ่งจะต้องคอยเติมถ่าน และควบคุมไม่ให้ไฟแรงเกินซึ่งการเผายังคงเป็นกรรมวิธีแบบโบราณคือเผาด้วยถ่าน แบบนี้จะเรียกว่าการเผาดำ ซึ่งพระจะมีสีดำตามรูป คุณลุงบอกว่าในนี้มีพระเป็นพันองค์เลยทีเดียว

     

    DEW_3629

    DEW_3623

     

    แบบนี้เรียกว่าการเผาแดง ซึ่งพระที่ได้ก็จะเป็นสีแดงอิฐ

     

    DEW_3635

     

    เมื่อเผาจนครบกำหนดเวลาแล้วก็นำพระออกจากเตาจากนั้นนำมาวางเรียงเพื่อใส่รา ใส่คราบพระ สุดท้ายให้นำใบตองแห้งของกล้วยน้ำว้ามาขัด ก็จะได้พระเครื่องนครชุมที่ดูคล้ายของเก่าแก่

     

    5

     

    ตัวอย่างพระในขั้นตอนต่างๆแต่ละขั้นตอนก็ต้องอาศัยความปราณีต ต้องอดทนและใจเย็นมากเพราะไม่ว่าจะทำกี่ร้อยพี่พันองค์ ก็ทำด้วยแรงงานคนทั้งหมดต้องกดดินลงแม่พิมพ์ที่ละองค์ถ้าใจไม่รักจริงก็ยาก

     

    1

     

    ชมกรรมวิธีการทำแล้วก็สามารถเช่าพระเป็นของฝากติดไม้ติดมือเป็นของฝากกันด้วย

     

    DEW_3765

     

    ไม่ไกลจากบ้านคุณลุงสมหมาย คือ บ้านไม้เก่าแก่ของครูมาลัย นักประพันธ์ชื่อดังแห่งเมืองกำแพงเพชรซึ่งตกทอดมาสู่รุ่นหลาน ที่นี่คือแหล่งผลิตขนมโบราณที่หาชิมได้ยากอย่าง ขนมข้าวตอกอัด

     

    DEW_3833

     

    คุณยายผู้สืบทอดการทำขนมข้าวตอกอัดจากบรรพบุรุษ ทุกวันนี้คุณยายเล่าว่าขนมข้าวตอกแทบไม่มีใครนิยมและรู้จักแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะทำตามออเดอร์คนที่มาสั่งก็จะนำไปใช้ในงานบุญ งานแต่งกัน เพราะขนมข้าวตอกถือว่าเป็นขนมมงคล ที่คุณยายยังทำเพราะยังมีใจรักที่อยากจะให้คนรู้จักและไม่ลืมชื่อขนมนี้ไป ได้ลองชิมรสชาติอร่อยมาก ทานได้เรื่อยๆรสชาติไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป บวกกับความนุ่มของข้าวตอกที่คลุกเคล้ารวมกัน ได้ความหอมของเทียนอบ รับรองว่าหากวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ได้ลองทานจะต้องติดใจในรสชาติและความหอมจนต้องซื้อกลับบ้าน

     

    DEW_3787

     

    ข้าวตอกอัด ขนมโบราณ รูปทรงสี่เหลี่ยมสีขาว ดูคล้ายก้อนเกล็ดหิมะสีขาว ทำมาจากน้ำตาลปี๊บเคี่ยวกับกะทิ คลุกเคล้ากับข้าวตอกบดละเอียดที่ทำมาจากข้าวเปลือกข้าวเหนียวที่คั่วไฟจนพอง ก่อนจะอัดพิมพ์เแล้วอบด้วยเทียนหอม เนื้อเหนียวนุ่ม รสชาติหวานมันเวลารับประทานรู้สึกได้ถึงความเหนียวหนึบ

     

    3

    4

     

    เสน่ห์ของเมืองเก่าอย่างนครชุมยังไม่ได้มีแค่ขนมโบราณหรือพระเครื่อง หากแต่อาคารไม้เก่าแก่ที่เรียงรายอยู่สองข้างถนน ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์สวยงาม เรื่องราวในอดีตทำให้หลายคนยิ้มได้ คือ สิ่งที่ผู้คนต่างโหยหา เทศบาลตำบลนครชุม จึงได้จัดกิจกรรมจำลอง  ตลาดย้อนยุคนครชุม ณ ย่านการค้าเก่าแก่ที่เคยรุ่งเรืองในอดีตให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสตลาดย้อนยุคนครชุมจัดขึ้นทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ แรกของเดือน ตั้งแต่เวลา 16.00.-22.00 น.

     

     

    นอกจากจำหน่ายอาหารและขนมที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนแล้ว เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของตลาดย้อนยุคนครชุมที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็น คือ พ่อค้าและแม่ค้าภายในตลาดจะแต่งตัวด้วยชุดไทย เพื่อให้เข้ากับชื่อตลาดย้อนยุค โดยนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสและชมการสาธิตการทำอาหารพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ของชุมชนอื่นๆ อีกมากมาย  เดินชมตลาดไปก็รู้สึกทึ่งและอเมซิ่งเพราะไม่เคยเห็นที่ตลาดโบราณไหนมาก่อน ดูชาวบ้านพร้อมใจกันช่วยส่งเสริมเอกลักษณ์ของชุมชนกันดีจัง

     

     

    อาหารมีหลากหลายให้เลือกชิมกับจนพุงกางทั้งคาวหวาน อาหารสมัยใหม่ อาหารพื้นบ้าน

     

     

    ทางตลาดได้จัดโซนที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ตรงกลางของทางเดินหลายโต๊ะ  ซื้อแล้วก็มาจับจองพื้นที่นั่งรับประทานไปฟังดนตรีพื้นบ้านที่ขับกล่อมอยู่บนเวที

     

     

    สิ่งประดิษฐ์และของเล่นโบราณพื้นบ้านที่วางจำหน่ายรวมถึงสอนการทำให้กับคนที่สนใจด้วย

     

     

    สีสันยามค่ำคืน ณ ตลาดโบราณนครชุม

     

     

    เช้าวันใหม่ที่กำแพงเพชร เราไปลิ้มรสความอร่อยของต้มเลือกหมูชื่อดัง ที่ร้านสุภา โภชนา การันตีความฮอตด้วยลูกค้าทั้งที่อยู่ภายในร้านและที่กำลังยืนเข้าแถวรอซื้อกลับบ้าน

     

    DEW_3925

    DEW_3933

    DEW_3927

     

    ชามใหญ่จัดเต็มเครื่องมาอย่างเยอะมากให้คะแนนเต็มในเรื่องของเครื่อง แต่ในส่วนของรสชาติโดยส่วนตัวอาจเป็นคนไม่ค่อยชอบทานหวานเท่าไหร่เลยทำให้รู้สึกว่ารสชาติธรรมดา สังเกตว่าอาหารที่กำแพงเพชรที่มีน้ำซุปจะติดออกไปทางหวาน

     

    DEW_3935

     

    เสร็จสิ้นภาระกิน เราก็ไปรอนั่งรถรางชมเมืองกำแพงเพชร ซึ่งให้บริการฟรีรถจอดอยู่ตรงวงเวียนต้นโพธิ์ รอบแรกจะให้บริการประมาณ 9 โมงเช้า ซึ่งการนั่งรถรางชมเมืองของกำแพงเพชรเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน เรียกว่ายังอยู่ใสระยะทดลองให้บริการ โดยเส้นทางหลักก็จะเป็นเส้นทางไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์รอบเมือง โดยมีไกด์คอยบรรยายเล่าเรื่องและประวัติของเมืองรวมถึงสถานที่ต่างๆให้เราฟังไปด้วย
    DEW_3943

     

    เริ่มจากวัดแรก วัดเทพโมฬี  ป็นวัดเก่าแก่และสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโมฬี หรือที่ ชาวกำแพงเพชรเรียกขานว่า ‘วัดหลวงพ่อโม้’  คือ เรียกจนติดปาก เพราะมีเรื่องเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่านอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะบนบานศาลกล่าวสิ่งใดในเรื่องที่ดีก็มักจะประสบความสำเร็จทุกรายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบนขอให้ฝนไม่ตกในช่วงเวลาจัดงานต่างๆ ในจังหวัด ด้วยความศักดิ์สิทธิ์เสมือนหนึ่ง “โม้” นี่เอง จึงเรียกกันติดปากเรื่อยมาว่า “หลวงพ่อโม้”  ด้วยเหตุนี้จึงเป็นพระพุทธรูปอันเป็นมิ่งขวัญหลักชัยของชาวเมืองกำแพงเพชรอยู่ตลอดมาไม่เสื่อมคลาย

     

    DEW_3948

    DEW_3951

     

    วัดต่อมาคือ วัดคูยาง อีกหนึ่งวัดสำคัญของกำแพงเพชร  จุดเด่นของวัดนี้ คือ  หอไตรซึ่งป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ซึ่งสร้างไว้กลางน้ำและมีใต้ถุนสูงเพื่อป้องกันปลวกแมลงสาบและหนู เข้าไปกัดทำลายพระไตรปิฎก หนังสือ และคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ซึ่งปัจจุบันหอไตรหลังนี้ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์งดงาม

     

    DEW_3956

     

    มาถึงวัดต่อไป วัดเสด็จ ก็ต้องเข้าไปไหว้พระประธานภายในวิหารกันก่อน

     

    DEW_3997

    DEW_4008

     

    สิ่งที่ชอบภายในวิหารก็คือ บานประตูลวดลายไทยอ่อนช้อยยิ่งต้องแสงอ่อนแล้วยังงดงามแลดูเหมือนมีชีวิต

     

    DEW_4001

    DEW_3999

     

    จากนั้นขึ้นไปยัง มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลองซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งเป็นรอยพระพุทธบาทที่มาแต่โบราณ

     

    DEW_3967

    DEW_3974

     

    เที่ยวชมวัดแบบไทยแล้ว รถรางพาเรามาจอดหน้า ศาลเจ้าพ่อเสือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญและเป็นที่เคารพนับถืออีกแห่งหนึ่งของชาวเมืองกำแพงเพชร

     

    DEW_4020

    DEW_4029

    DEW_4024

     

    ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร เชื่อว่าผู้ที่ได้มากราบไหว้อธิษฐานจิตต่อศาลเจ้าหากปรารถนาสิ่งใดจะสมหวังดั่งใจ สำเร็จรุ่งเรืองถึงลูกหลาน ร่ำรวยด้วยเงินทอง สมบูรณ์สุขด้วยลาภยศและวาสนา สุขกายใจไร้โรคเบียดเบียน

     

    DEW_4027

    DEW_4033

     

    รถรับพาเราชมเมืองไปเรื่อยผ่านริมน้ำปิง ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นแม่น้ำสายสำคัญของเมือง ถือว่าเป็นจุดหนึ่งที่น่าแวะมาเที่ยวพักผ่อน ออกกำลังกายในยามเช้าและเย็น

     

    DEW_4045

     

    ชมเมืองไหว้พระเที่ยววัดกันแล้ว ก็มาว่ากันถึงเรื่องราวของประวัติศาตร์กันบ้าง ให้สมกับเมืองมรดกโลกที่ได้รับการแต่งตั้งจากยูเนสโก้ให้เคียงคู่กับอุทยานประวัติศสาตร์สุโขทัย  สถานที่แรกที่เราแวะมาชมซึ่งเป็นโบราณสถานของอุทยานประวัติศสาตร์กำแพงเพชร นั่นก็คือ ศาลพระอิศวร  ตั้งอยู่ด้านหลังศาลจังหวัด มีฐานก่อด้วยศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายกพื้นสูง 1.50 เมตร บนฐานชุกชีมีเทวรูปพระอิศวรสัมฤทธิ์ที่จำลองขึ้น เทวรูปองค์เดิม ตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 5 มีชาวเยอรมันมาเที่ยวเมืองกำแพงเพชร  และได้ลักลอบตัดพระเศียรและพระหัตถ์ของเทวรูป ส่งลงเรือมายังกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ.2429 ความทราบถึงรัชกาลที่ 5 จึงโปรดให้ขอพระเศียรและพระหัตถ์คืน และโปรดให้สร้างรูปจำลองประทานให้เป็นการแลกเปลี่ยน ซึ่งปัจจุบันได้ตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนี พร้อมทั้งจำลองอีกองค์หนึ่งประดิษฐานไว้ที่ศาลพระอิศวร ส่วนพระองค์จริงได้นำมาซ่อมแซมให้ดีดังเดิมแล้วนำมาตั้งแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร เป็นสมบัติศิลป์ชิ้นพิเศษที่มีค่ายิ่งของเมืองกำแพงเพชร

     

    DEW_4048

    DEW_4050

     

    รถรางก็มาถึงจุดสุดท้ายของการเที่ยวชมเมืองนั่นก็คือ ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร อีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์  ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ ปรากฏมีศาลหลักเมืองอยู่ศาลหนึ่ง เป็นที่ศรัทธาเคารพสักการะบูชาของประชาชนชาวจังหวัดกำแพงเพชร  โดยศาลหลักเมืององค์จริงจะอยู่ภายในหอซึ่งได้ทำการบูรณะซ่อมแซมลงรักปิดทองขึ้นมาใหม่เพื่อป้องกันการเสียหายจึงไม่อนุญาติให้นักท่องเที่ยวเข้าไปปิดทอง

     

    DEW_4062

    DEW_4065

     

    แต่มีหลักเมืองจำลองอยู่ด้านนอกศาลเพื่อให้ได้กราบไหว้และสามารถปิดทองได้  ซึ่งในพื้นที่ของอุทยานประวัติศาตร์กำแพงเพชรในโซนนี้นอกจากศาลหลักเมืองแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญเที่ยบเท่ากับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ที่จังหวัดอยุธยาหรือวัดมหาธาตุ กลางเมืองสุโขทัย

     

    DEW_4068

     

    แต่เราไม่ได้เข้าไปชมพื้นที่อุทยานในส่วนนั้นแต่เรานั่งรถเข้าไปชมในอีกโซน นั่นก็คือ โบราณสถานนอกเมือง หรือ เขตอรัญญิก ซึ่งมีโบราณสถานที่สำคัญและน่าสนใจมากมาย การเที่ยวชมนักท่องเที่ยวสามารถขับรถเช้าไปชมยังจุดต่างได้ด้วยตนเองโดยเสียค่าเข้าชมคนไทยคนละ  ผู้สนใจเข้าชมได้ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท สำหรับผู้ที่จะนำรถเข้าชมบริเวณอุทยานฯ จะต้อง เสียค่าผ่านประตูคันละ 50 บาท การใช้บริการรถไฟฟ้านำชมสามารถติดต่อโดยตรงที่โทรศัพท์ 0 5571 1044  ซึ่งภายในอุทยานมีโบราณสถานมากมายแล้วแต่ว่าเราสนใจจะหยุดรถและเดินไปชมชมตรงจุดใด  เริ่มจากโบราณสถานแรก นั่นก็คือ วัดอาวาสใหญ่ เป็นวัดที่ค่อนข้างกว้างมีสิ่งก่อสร้างใหญ่โต มีเจดีย์และวิหารมาก

     

     

    จากนั้นก็มาถึงโบราณสถานวัดช้างรอบ  ซึ่งถือว่าคือหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ 5 อย่างกำแพงเพชร ซึ่งมีความพิเศษ คือ  เจดีย์ทรงลังกาที่บันไดทางขึ้นทั้งสี่ด้านประดับด้วยช้างปูนปั้นครึ่งตัว เป็นช้างทรงเครื่องแบบของพระมหากษัตริย์ ที่ปั้นขึ้นอย่างอย่างละเอียดสวยงาม ด้านบนเป็นซุ้มประตูทรงเจดีย์ยอดระฆัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของวัดช้างรอบ

     

    ถึงแม้กาลเวลาจะทำให้ลวดลายปูนปั้นเริ่มลางเลือนไป แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความสวยงามลดน้อยลง ตรงกันข้ามสิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงคุณค่าและความตั้งใจของสกุลช่างที่ได้สร้างสรรค์บันจงปั้นขึ้นจนทำให้วัดช้างรอบเป็นโบราณสถานที่ขึ้นชื่อของเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่รอให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้มาเรียนรู้และภาคภูมิใจไปกับร่องรอบแห่งประวัติศาสตร์เหล่านี้

     

     

    ถึงอีกหนึ่งอีกหนึ่งโบราณสถานไฮไลต์สำคัญ นั่นก็คือ วัดพระสี่อิริยาบถ  สิ่งสำคัญของวัดได้แก่ มณฑปจตุรมุข แต่ละทิศประดิษฐาน พระพุทธรูป 4 ปาง คือ เดิน นั่ง ยืน นอน อยู่โดยรอบทั้ง 4 ทิศตามลำดับ

     

    ปัจจุบันเหลือเพียงพระยืนขนาดใหญ่ที่ สวยงาม พระพักตร์เป็นลักษณะ พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยแบบกำแพงเพชรคือ พระนลาฏกว้าง พระหนุเสี้ยมป็นพระพุทธศิลปะแบบสุโขทัย สกุลช่างกำแพงเพชร ซึ่งหาดูได้ยาก

     

     

    ตรงข้ามกับวัดพระสี่อิริยาบถ คือ วัดสิงห์  สันนิษฐานว่าใช้เวลาสร้างถึง 2 สมัย คือ สมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา โดยมีพระเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมมีซุ้มทั้ง 4 ด้านเป็นประธาน ด้านหน้าเป็น พระอุโบสถขนาดใหญ่ มีองค์พระประธานเก่าแก่อยู่ตรงกลางซึ่งยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดของอุทยาน ฯ วัดนี้มองไปแล้วคล้ายกับวัดมหาธาตุ ของอุทยานประวัติศาตร์สุโขทัย

     

     

    มาถึงวัดสุดท้ายนั้นก็คือ วัดพระนอน ซึ่งมีโบสถ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้า ใครว่าเที่ยววัดโบราณสถานจะถ่ายภาพมาแบบเก๋ไก๋ไม่ได้ ต้องขอเถียง

     

     

    ระยะเวลา แค่ 2 วัน 1 คืน เราก็เที่ยวได้ทั่วตัวเมืองกำแพงเพชร ก่อนกลับเห็นชาวต่างชาติครอบครัวนี้กำลังตั้งใจฟังไกด์เล่าเรื่องราวต่างๆ  น่าเศร้าใจที่เวลาเราเที่ยวตามวัด ตามโบราณสถาน เราจะพบเห็นแต่ชาวต่างชาติมาเที่ยวเยอะมาก คนไทยแทบไม่มี เข้าใจว่าบางครั้งเราอาจคุ้นเคยกับสิ่งเรานี้จนอาจมองข้ามไป มองว่าการเที่ยวแบบนี้อาจเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ กลับไปนิยมเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวชิค ชิค จนลืมไปว่าจริงแล้วเที่ยวแบบไทย กินแบบไทย อยู่แบบไทย ก็เก๋ได้เหมือนกัน แล้วเราจะรู้ว่าเที่ยวเมืองไทยในมุมนี้นอกจากเก๋แล้วเรายังได้ภาคภูมิใจและชื่นชมไปกับเรื่องราวของคนรุ่นเก่าแก่  เพียงแค่เราลองเปิดใจ เมืองกำแพงเพชร กำลังอ้าแขนคอยต้อนรับทุกท่านค่ะ

     

    Tags : , , , ,

  • บทความที่เกี่ยวข้อง

    Leave a Reply

  • บทความล่าสุด

    บทความแนะนำ

    อร่อยด้วยกัน