ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยก่อนยุคประวัติศาสตร์ โดยสันนิษฐาน ว่ามีผู้คน อยู่อาศัยตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้มา ตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 1000 เนื่องจากมีการค้นพบกลองมโหระทึกทำด้วยทองสัมฤทธิ์ที่ตำบลท่าเสา อำเภอเมืองฯ ซึ่งเป็นโลหะชนิดที่มีใช้กันอยู่ในยุคสัมฤทธิ์หรือ ยุคโลหะตอนต้น อันเป็น ยุคก่อนประวัติศาสตร์นั่นเอง อุตรดิตถ์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งพระแท่นศิลาอาสน์ ตำนานอันลึกลับของเมืองลับแล ดินแดนแห่งลางสาด หวานหอม และเป็นบ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหัก ขุนศึกคู่บารมีของสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตัวเมืองอุตรดิตถ์ในปัจจุบันนี้เป็นเพียงตำบลชื่อ "บางโพธิ์ท่าอิฐ" ที่ขึ้นอยู่กับเมืองพิชัย แต่เนื่องจากในสมัยนั้น เมื่อพ่อค้าจะนำสินค้าจากเมืองหลวงพระบาง น่าน หรือเมืองทางเหนืออื่นๆไปขายทางใต้ เช่น พิษณุโลก นครสวรรค์ อยุธยา กรุงเทพฯ หรือจะนำสินค้าจากทางใต้ ขึ้นเหนือ ก็ต้องแวะพักกันตาม ท่าน้ำจอดเรือของบางโพธิ์ท่าอิฐ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรม ตลอดจนการโยกย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนต่างๆ ตามแนวลำน้ำขึ้น บางโพธิ์ท่าอิฐซึ่งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำ น่านมีความเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงในสมัยของรัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะตำบล บางโพธิ์ท่าอิฐขึ้นเป็นเมือง "อุตรดิตถ์" ซึ่งมีความหมายว่า “ท่าน้ำแห่งทิศเหนือ” แต่ยังคงขึ้นกับเมืองพิชัยอยู่ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 เมืองอุตรดิตถ์มี ความเจริญ ขึ้นมากกว่าเมืองพิชัย จึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัด และเมืองพิชัยเลื่อนลงไปเป็นอำเภอหนึ่ง ขึ้นกับจังหวัดอุตรดิตถ์จนถึงทุกวันนี้
1.โดยรถยนต์
จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 2 เส้นทางด้วยกัน คือ
- จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แยกเข้า ทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านอ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท จนถึงนครสวรรค์ แยกเข้าเส้นทางหมายเลข 117 ถึงพิษณุโลก แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 11 จนถึงจังหวัดอุตรดิตถ์
- จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านอ่างทอง สิงห์บุรี จนถึงอำเภออินทร์บุรี แล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมาย เลข 11 จนถึงทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) เลี้ยวซ้ายไปอีก 8 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทาง หลวง หมายเลข 11 จนถึงจังหวัดอุตรดิตถ์

2.โดยรถประจำทาง
มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมงครึ่ง สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 www.transport.co.th ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสาร ออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ไทยรูท ดอทคอม www.thairoute.com
นอกจากนี้ยังมีรถบริการระหว่างจังหวัดอุตรดิตถ์กับเมืองและจังหวัดต่างๆ เช่น เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน เชียงราย น่าน แพร่ พะเยา เชียงของ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ พิจิตร อุดรธานี เลย สกลนคร ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา พัทยา และระยอง เป็นต้น สอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่สถานีขนส่งอุตรดิตถ์ โทร. 0-5541-1940

3.โดยรถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์ทุกวัน วันละ 8 เที่ยว ทั้งรถเร็ว รถด่วน และรถด่วนพิเศษ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-9 ชั่วโมงสอบถามข้อมูลการเดินทางและราคาตั๋ว โดยสารของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.railway.co.th และจองตั๋วรถไฟก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 3 วัน ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2220-4444 ทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.
ในตัวจังหวัดอุตรดิตถ์มีรถชนิดต่างๆ ให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการยานพาหนะต่างๆ ได้หลาย รูปแบบตามความเหมาะสม รถสองแถว มีวิ่งบริการจากสถานีขนส่งไปยังที่ต่างๆ ในตัวเมือง นักท่องเที่ยวอาจ เหมารถสองแถวไปเที่ยวได้ทั้งในเมืองและต่างอำเภอ คิดราคาวันละ 1,000-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางและ การต่อรอง รถสามล้อเครื่องและมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จอดอยู่ตามจุดต่างๆ ในจังหวัด เช่น หน้าตลาดเทศบาล หน้า สถานีขนส่ง ค่าบริการมีทั้งแบบตกลงกันตามแต่ระยะทางและแบบเหมาจ่าย

ระยะทางจากอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ไปยังอำเภอต่างๆ คือ
อำเภอลับแล 8 กิโลเมตร
อำเภอตรอน 24 กิโลเมตร
อำเภอท่าปลา 40 กิโลเมตร
อำเภอทองแสนขัน 42 กิโลเมตร
อำเภอพิชัย 45 กิโลเมตร
อำเภอน้ำปาด 72 กิโลเมตร
อำเภอฟากท่า 113 กิโลเมตร
อำเภอบ้านโคก 165 กิโลเมตร