เที่ยวอุทัยธานี
การท่องเที่ยวชมความงามและวิถีชีวิตชาวแพในแม่น้ำสะแกกรัง นับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับ ความสนใจจากนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือน อุทัยธานี  ชุมชนชาวแพแม่น้ำสะแกกรัง ในเขตจังหวัดอุทัยธานีนับเป็นอีกหนึ่งวิถีชีวิตที่หาได้ยากมากแล้วในโลกยุคปัจจุบัน ถือเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดความสนใจ ของนักท่องเที่ยว ในการล่องเรือในแม่น้ำสะแกกรังอยู่ที่เรือนแพที่มีชาวแพอาศัยอยู่มาหลายชั่วอายุคน โดยในสมัยก่อนจะมีอยู่ ทั้งหมดกว่า 300 หลัง ทุกเรือนแพมีบ้านเลขที่และทะเบียนบ้านรับรองการอยู่อาศัย เป็นการถือกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย ปัจจุบันยังเหลือชาวแพที่อาศัยอยู่ในสายน้ำ แห่งชีวิตสายนี้กว่า 200 หลัง โดยทางการไม่อนุญาต ให้มีการออกทะเบียนบ้านให้แพที่สร้างใหม่อีกแล้ว
ปัจจุบันวิถีชีวิตริมแม่น้ำสะแกกรังยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของวิถีชีวิตแบบชาวแพที่มากไปด้วยบ้านเรือนแพทอดยาวไปตามแนวโค้งของแม่น้ำ ชาวบ้านแถบนั้น ใช้ความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำในการปลูกเตยและประกอบ อาชีพทำการประมงน้ำจืด โดยการเลี้ยงปลาในกระชัง ซึ่งก็มีทั้งปลาสวาย ปลาแรด ปลาเทโพ โดยเฉพาะปลาแรด ที่เลี้ยงในกระชัง ของที่นี่ถือว่าขึ้นชื่อเรื่องเนื้อนุ่ม หวาน อร่อยกว่าที่อื่นๆว่ากันว่าเนื้อปลาแรดที่นี่รสชาติอร่อยไม่มีกลิ่นโคลนเหมือนกับ ปลาแรดที่อื่น จนกรมประมงต้องยกให้ปลาแรดเป็นปลาน้ำจืดประจำจ.อุทัยธานี นอกจากนี้ชาวเรือนแพก็ยังจับปลาจากในลำน้ำสะแกกรัง หรือแหล่งน้ำอื่นๆ มาทำเป็นปลาแห้ง ปลาเค็ม แล้วนำไปขายในตลาด เพื่อเป็นรายได้ให้กับครอบครัว ซึ่งส่วนหนึ่งของรายได้เหล่านั้นก็ต้องนำไปซื้อลูกบวบมาซ่อมแซมแพเพื่อ ให้ยังคงลอยอยู่ได้

นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิถีชีวิตชาวแพด้วยตัวเอง หรือใช้บริการนำเที่ยวชมวิถีชีวิตริมน้ำ โดยจะขึ้นที่ท่าเรือเทศบาล ซึ่งอาจจจะท่องเที่ยวโดยการนั่งเรือ สัมผัสชีวิตของชาวบ้านริมน้ำ ลมเย็นๆกับบรรยากาศแสนสบายบนเรือแล้ว ธรรมชาติและวิถีชีวิตสองฝั่งน้ำที่เรามองเห็น ถือเป็นภาพความงามที่ไม่ต้อง ปรุงแต่งมากมาย ด้านตะวันออกเราจะเห็นเกาะเทโพ มีทุ่งนา สวนผัก สวนผลไม้ และป่าไผ่ตามธรรมชาติ ด้านตะวันตกมีอาคารบ้านเรือนอยู่หนาแน่น เป็นตลาดขนาดใหญ่ โดยทั้ง 2 ฟากฝั่งถูกกั้นกลางด้วยแม่น้ำสะแกกรัง

นอกจากวิถีชีวิตชาวแพที่ช่วยทำให้การล่องเรือครั้งนี้น่าประทับใจแล้ว สถานที่สำคัญที่ตั้งอยู่ในบริวเณเดียวกัน คือ วัดโบสถ์ สถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ของชาวอุทัยที่มีอายุกว่า 100 ปี นับเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่ริมน้ำสะแกกรังมาช้า นาน ถ้าได้ขึ้นฝั่งยังวัดโบสถ์ อย่าลืมไปชมความงามของภาพเขียนบน ฝาผนังทั้ง ภายในและภายนอก พระอุโบสถ์ ที่เขียนไว้ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในแม่น้ำด้านหน้าวัดจะเห็นแพสีแดงที่เคยใช้รับเสด็จ รัชกาลที่ 5 เมื่อ ครั้งประพาสต้นตลอดระยะเวลากว่า 1 ชั่วโมงที่เราได้ชมวิถีชีวิตริมฝั่งน้ำสะแกกรัง ทำให้รู้ว่าการท่องเที่ยว ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบ พิสดารมากมาย ก็มีความน่าสนใจอยู่ในตัว หลายคนอาจมองว่าการล่องเรือ ไปเรื่อยๆใน แม่น้ำเป็นการท่องเที่ยวที่น่าเบื่อ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าใครมีโอกาสมาล่องเรือ สัมผัสบรรยากาศจะต้องหลงรักวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและมีความสุขอย่างพอเพียงของชาวแพโดยไม่รู้ตัวแน่นอน
รายละเอียดเพิ่มเติม
การชมวิถีชีวิตลุ่มน้ำสะแกรัง ควรมาชมสองช่วง คือ ช่วงเย็นตอนบ่ายแก่ๆ จะได้แสงยามเย็นที่งดงาม อบอุ่น และช่วงเช้า ซึ่งจะได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่งดงามในยามเช้า

การล่องเรือแม่น้ำสะแกกรัง เรือหางยาวมีหลังคาจุได้ประมาณ 10-12 คน ค่าบริการ 500 บาท/ชั่วโมง หากไปถึงมโนรมย์ ประมาณ 1,500 บาท ติดต่อที่ คุณปริยวัชร สิงห์เรือง โทร. 08 6790 9749
หากต้องการล่องเรือขนาดใหญ่ราคาเหมาประมาณ 1,800-3,600 บาท นั่งได้ 40 คน สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณวีระ บำรุงศรี บริษัท อุทัย ริเวอร์ เลค โทร. 087-197-5320, 086-446-5726, 081-830-0653
นอกจากนี้ยังมีเรือคยักให้เช่าพายที่หน้าศาลากลางจังหวัด นั่งได้ 1-3 คน ราคา 10-30 บาท/ชั่วโมง สอบถามข้อมูลเพิ่มติมได้ที่ ลานสุพรรณิการ์ ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด ดำเนินการโดยองค์การปกครองจังหวัดอุทัยธานี โทร. 0 5651 1444, 0 5651 3155
หากต้องการเดินเที่ยวชมชุมชนริมน้ำสะแกกรังจะสามารถเดินชมได้ในโซนของแพที่อยู่บริวเวณวัดโบสถ์และ ตลาดสดเทศบาลซึ่ง จุดนี้เป็นจุดไฮไลต์ แต่ถ้าหากนั่งเรือชมก็จะได้เห็นวิถีชีวิคชาวแพที่ทอกยาวไปตามริมน้ำ สะแกกรัง

 ติดตามไปด้วยกันใน Facebook