พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี ตั้งอยู่เลขที่ 32 ถนนวัดจองคำ ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ก่อตั้งโดย นายพนาสิน ธนบดีสกุล ทายาทรุ่นที่ 2 ของนายอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน วัตถุประสงค์ของการตั้งพิพิธภัณฑ์ก็เพื่อรักษาเกียรติประวัติของอาปาอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน ต้นตระกูลธนบดีสกุล ผู้ค้นพบแร่ดินขาวและก่อตั้งโรงงานเซรามิคแห่งแรกของลำปาง ซึ่งได้รวบรวมเรื่อง ราวและตำนาน  "ชามไก่แห่งธนบดี" หนึ่งเดียวที่ยังคงอนุรักษ์ประวัติศาสตร์แห่ง ความภาคภูมิใจให้สมกับที่ลำปางเป็น เมืองแห่งเซรามิคของ ประเทศไทยภายในพิพิธภัณฑ์แสดงถึงประวัติของบริษัทในเครือธนบดี ต้นกำเนิดชามไก่ต้นกำเนิดเซรามิคของเมืองลำปางและสาธิต การผลิตชามไก่แบบโบราณรวมถึงสามารถชมกระบวนการผลิตเซรามิคสมัยใหม่ได้อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเซรามิคและศิลปะให้กับผู้ที่สนใจ นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี ยังคงความเป็น เอกลักษณ์เฉพาะเป็นต้นฉบับและเป็นต้นกำเนิดชามไก่ของนครลำปาง ซึ่งมีโบราณสถานที่ทรงคุณค่าที่อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น เตามังกรโบราณ ชามตราไก่จิ๋ว ชามตราไก่ที่ยังคงผลิตและวาดลวดลายแบบดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี มีการแสดงนิทรรศการ เกี่ยวกับต้นกำเนิดชามตราไก่ ที่ถือเป็นศิลปะและวัฒนธรรมเชิงวิถีชีวิต ชุมชนที่งดงาม และบ่งบอกถึงความหลากหลายที่สืบทอดกันมา เนิ่นนานจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดียังเป็นแหล่งรวบรวมของข้อมูลที่เหมาะเป็นสถานที่การเรียนรู้ทุกระดับ ในเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี

ประวัติความเป็นมาของชามตราไก่
ชามตราไก่ ถือเป็นต้นตำรับของถ้วยชามสมัยนี้ก็ว่าได้ แหล่งผลิตสำคัญอยู่ที่ จ.ลำปาง เนื่องจากมี "ดินขาว" หรือ "เกาลิน" คือดินที่มี สีขาวหรือสีซีจาง ทั้งในสภาพที่ยังไม่ได้เผาและเผาแล้ว คำว่า เกาลิน มาจากภาษาจีนหมายถึงภูเขาสูงที่เป็นแหล่งเกิดดินขาวใน ประเทศจีน ดินขาวลำปางมีแหล่งสำคัญอยู่ที่ อ.แจ้ห่ม เป็นดินที่เกิดจากการสลายตัวของหินฟันม้า ซึ่งสามารถนำมาทำเนื้อเซรามิค ได้ทันทีโดยไม่ต้องเติมวัตถุดิบอื่นลงไปอีก ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ออกมาว่า ดินขาวลำปางอยู่ในตระกูลเดียวกับหินโทเซกิ ของญี่ปุ่น ในกลุ่มอุตสาหกรรมเซารามิคเรียกกันว่า ไชน่า สโตน เมื่อเผาที่อุณหภูมิสูงภถึง 1,300 องศาเซลเซียส จะได้เนื้อผลิตภัณฑ์พอร์ซเลน สีขาว แกร่ง ทนไฟสูง เหมาะแก่การทำถ้วยชามต่างๆ คนค้นพบดินขาว ที่นำมาทำถ้วยชาม ก็คือ อาปาอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน ซึ่งอพยพหนี ความยากจนจากจีนมา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยไปอยู่กับพี่ชายที่เวียดนาม ก่อนจะอพยพมาอยู่ที่ธนบุรี ในปี 2490 อยู่ได้ 3 ปี ก็ย้ายตามเพื่อนขึ้นมาทำสวนผักอยู่เชียงใหม่ ด้วยความที่ที่บ้านเกิดในมณฑลกวางตุ้งก็ทำเซรามิคและทำไร่อยู่แล้ว พอไปเห็นหินลับ มีดที่ชาวบ้านนำมาขายก็ดูออกว่าเป็นแร่ดินขาว สอบถามคนที่นำมาขายถึงได้รู้ว่ามาจาก อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง อาปาอี้ จึงปั่นจักรยานไป ตามหาแหล่งแร่ดินขาวพบที่บ้านปางค่า อ.แจ้ห่ม จากนั้นได้จ้างเกวียนบรรทุกแร่ดินขาวออกมา แล้วนำขึ้นรถไฟกลับมาบ้าน ทดลองปั้น ถ้วยชาม ปรากฏว่าดินที่ได้มาเป็นเนื้อดินขาวคุณภาพดี เผาที่อุณหภูมิสูงไม่มากเหมาะสำหรับการปั้นถ้วยชาม ต่อมาก็ได้ชักชวน เพื่อนชาวจีนก่อตั้งโรงงานเครื่องปั้นดินเผาแห่งแรกขึ้นที่จังหวัดลำปาง คือ โรงงานร่วมสามัคคี เมื่อปี 2500  

ช่วงที่ผลิตชามไก่ช่วงแรกๆ ซึ่งไม่ได้มีเครื่องจักรอะไร ทุกอย่างต้องใช้แรงคนหมด รวมถึงใช้เตาเผามังกร เป็นเตาเผาแบบยาว ซึ่งเผาชามไก่ได้ถึง 5,000-8,000 ใบต่อเตา และเผาถ้วยขนมและถ้วยตะไลได้ถึง 2 หมื่นใบต่อเตา แม้โรงงานร่วมสามัคคีจะเลิก กิจการไปแต่งานเครื่องปั้นดินเผาของอาปาอี้ สืบทอดสู่ทายาทรุ่นที่ 2 ภายใต้ชื่อโรงงานธนบดีสกุล ยุคนั้นชามไก่ขายดี มากๆ ส่วนใหญ่ ขนาด 5-6 นิ้ว จะใช้กันตามบ้านหรือขึ้นโต๊ะข้าวต้มผู้ดี ส่วนชามขนาดใหญ่ขึ้น คือ 7-8 นิ้ว มักจะเป็นชามที่พวกใช้แรงงานนิยมใช้ เพราะ กินจุ แต่มาถึงสมัยนี้ รูปแบบของถ้วยชาม ตลอดจนลวดลายมีการพัฒนาไปมาก มีมากมายหลายขนาด รวมถึงการใช้ เครื่องจักรเข้ามาช่วยผลิตถ้วยชาม นอกจากผลิตเพื่อเป็นภาชนะในครัวเรือนแล้ว ยังใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งไปจนถึงของสะสม ได้อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี เปิดให้เช้าชมตั้งแต่เวลา เวลา 9.00 – 17.00 น.หยุดทุกวันจันทร์ รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 054 354 011-2 ต่อ 103 หรือที่ www.dhanabadee.com

การเดินทาง
จาก ถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์ที่จะมุ่งหน้าไปเชียงราย ให้เลี้ยวขวาตรงสี่แยกสนามบินเข้า ถ.พระบาท เลี้ยวซ้ายเข้า ซ.พระบาท 1 แล้วเลี้ยว ขวาเข้า ถ.วัดจองคำ เข้าซอยธนบดี ซึ่งอยู่ติดกับวัดจองคำ

บรรยากาศด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพ
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
เจ้าหน้าที่นำชมพิพิธภัณฑ์พร้อมอธิบายแบบละเอียด
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
ชามตราไก่จิ๋วที่เล็กที่สุดในโลกต้องใช้แว่นขยายดู
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
ชามตราไก่ทองคำ
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
ชมขั้นตอนการผลิตกว่าจะมาเป็นชามตราไก่เริ่มจากปั้นชามแบบโบราณซึ่งไม่มีแล้วในปัจจุบัน
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
การปั้นชามแบบปัจจุบัน
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
การวาดลายโดยใช้พู่กัน 3 อัน
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
การปั้นรูปด้วยการแทน้ำดิน
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
การวาดลายโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
ชมเตาเผาแบบโบราณ
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
การเผาแบบสมัยใหม่ใช้เตาแก๊สขนาดใหญ่ควบคุมอุนหภูมิ
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
ตัวอย่างผลงานที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
ร้านขายสินค้าที่ระลึก
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
 ติดตามไปด้วยกันใน Facebook