หินเทพช้าง ตั้งอยู่ในวัดทัพศิลา ตำบลช่องสะเดาอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีลักษณะเป็นกลุ่มหินมีรูปร่างคล้ายช้างหมอบอยู่ และจมอยู่ที่พื้นที่เกือบครึ่งตัวภายใต้อาคารมีหลังคาคลุมทรงแปดเหลี่ยม มีระดับความลึกลงไปจากระดับพื้นดินปรกติประมาณ 2 เมตร มีความเชื่อต่อๆ กันมาว่า เทพช้างมีความศักดิ์สิทธิ์มาก หากใครที่ได้มีโอกาสมาจุดธูปอธิษฐาน และนำผลไม้ที่ช้างชื่นชอบ อาทิ กล้วย อ้อย สัปปะรด ฯลฯ มาถวายแด่ “เทพช้างวัดทัพศิลา” และขอพรที่ตนปรารถนา ก็จะได้ตามสิ่งที่ปรารถนา  
หินเทพช้าง วัดทัพศิลา
ความเป็นมาของการขุดพบกลุ่มหินที่เรียกว่า “เทพช้าง” นี้ มีความเป็นมาที่น่าอัศจรรย์ และสร้างความประหลาดใจแก่ผู้พบเห็น เนื่องจาก กลุ่มหินเทพช้างดังกล่าวอยู่ภายใต้พื้นดินลึกลงไปประมาณ 2 เมตร จากคำบอกเล่าของชาวบ้านในท้องถิ่น และผู้รู้บางท่านได้เล่าให้ฟัง ว่า “เทพช้างทัพศิลา” ถูกค้นพบจากนิมิตฝันของท่านเจ้าอาวาสวัดทัพศิลา (พระครูจันทกาญจนสิริ) เมื่อประมาณ 18 ปีที่แล้ว โดยใน ขณะนั้นทางวัดจะทำการก่อสร้างศาลา เมื่อได้ทำการตอกเสาก็พบว่าบริเวณเสาต้นหนึ่งมีงูสีแดงมาพันรอบเสาไว้อยู่ตลอดสองถึงสามวัน ท่านเจ้าอาวาสก็รู้สึกประหลาดใจจึงได้จุดธูปบูชา พร้อมตั้งจิตอธิษฐานว่า หากมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องการจะสื่อสารอะไร ก็ขอให้มาสื่อให้ ท่านเจ้าอาวาสได้รับรู้ โดยคืนท่านเจ้าอาวาสวัดทัพศิลาก็ได้ฝันเห็นช้างสามตัว มาขอร้องว่าอย่าสร้างอะไรตรงบริเวณที่ตอกเสาอยู่นั้น เพราะพวกเขาจะลำบาก ไม่มีทางออก ออกไปหาน้ำหาอาหารกินไม่ได้ ซึ่งขณะนั้นท่านเจ้าอาวาสก็คิดตามอยู่ว่า ถ้าเป็นจิตวิญญาณก็ น่าจะล่องลอยไปไหนก็ได้ จากนั้นช้างก็หายไป

วันรุ่งขึ้นท่านจึงได้จุดธูปตั้งจิตอธิษฐานใหม่ และบอกว่าถ้าหากเป็น อย่างที่เทพช้าง ได้มาเข้าฝันจริงก็ขอให้มาเข้าฝันอีก ตกคืนนั้น เทพช้างก็มาเข้าฝันอีกและทำให้ท่านเจ้าอาวาสเห็นนิมิตเป็นเรื่องราว

ซึ่งท่านนิมิตเห็นกองทัพโบราณเดินผ่านป่าบริเวณนี้ มีช้างสามตัวที่ถูกฟันที่ขา ใช้ยารักษาต่างๆ แต่ก็ไม่หาย มีอาการเหมือนติดเชื้อ และมีแมลงวันตอมจนแผลเน่า ซึ่งก็ต้องเสียชีวิตในที่สุด เนื่องจากทหารในกองทัพนั้นได้ตกลงและตัดสินใจยิงช้างสามตัว และทิ้งไว้ที่ เนื่องจากจะทำให้เกิดความยากลำบากในการเคลื่อนทัพ ต่อมาในวันรุ่งของอีกวันท่านเจ้าอาวาสก็ได้จุดธูปบูชาและอธิฐานต่อเทพช้างอีก โดยอธิษฐานบอกว่าทางวัดต้องการเงินมาจ่ายค่าไฟฟ้า(ช่วงนั้นการไฟฟ้าเริ่มมาดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าให้ที่หมู่บ้านแล้ว) ประมาณแปด พันกว่าบาท ซึ่งเทพช้างบอกจะช่วย แต่ขอให้ไปบอกขอผลัดการจ่ายเงินไปอีกประมาณสามสัปดาห์ ครั้นพอครบสัปดาห์ที่สามแล้ว ปรากฏว่า ก็มีคนเดินทางมาจากที่อื่น มีลักษณะเป็นแขกซิกซ์เดินทางมาพร้อมกับสุภาพสตรีคาดว่าเป็นภรรยาชาวไทย โดยมาถามว่า หลวงพ่ออยู่หรือไม่ ขณะนั้นท่านเจ้าอาวาสตัวเปื้อนปูนทรายอยู่ เพราะลงมือทำการก่อสร้างศาลา จึงบอกคนที่มาขอพบว่าไม่อยู่ แต่คนที่มาขอพบหลวงพ่อก็ถามกลับมาว่า หลวงพ่อต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง   เห็นสร้างศาลาอยู่ ท่านจึงได้ตอบว่า หลวงพ่อไม่มีงบประมาณจะชำระค่าหม้อแปลงไฟฟ้า จำนวนประมาณแปดพันสี่ร้อยบาท คนที่มาหาหลวงพ่อยังถามต่อไปอีกว่า หลวงพ่อท่านต้องการอะไรมากกว่านี้อีกไหม หลวงพ่อก็ได้บอกไปว่าพอแล้ว คนที่มาหาหลวงพ่อจึงได้ถวายเงินจำนวนแปดพันห้า ร้อยบาทโดยใส่ซองมอบให้ท่านเจ้าอาวาส  นอกจากนี้ก็พบว่าเคยมีผู้เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ขับรถเข้ามาที่วัดและขอนั่งสมาธิภาย ในวัด ต่อมาก็เดินทางมากันอีกหลายคน และได้บอกว่าสิ่งที่เขาได้อธิษฐานไว้ ณ ที่แห่งนี้ได้สำเร็จแล้วตามคำอธิษฐาน ก็ให้นามบัตร ไว้กับหลวงพ่อ ซึ่งทราบภายหลังว่ามีตำแหน่งถึงระดับปลัดกระทรวงของกระทรวงแห่งหนึ่ง  เรื่องน่าอัศจรรย์ของหลวงพ่อเจ้าอาวาส วัดทัพศิลาที่ได้อธิษฐานขอพรจากเทพช้างก็มีปรากฏอีกหลายครั้ง เนื่องจากการสร้างศาลาช่วงนั้นต้องใช้ปัจจัยด้าน งบประมาณ จำนวนมาก หลวงพ่อท่านก็ได้จุดธูปอธิษฐานถึงเทพช้างหากมีจริง ให้มาเข้าฝันอีก เทพช้างก็มาเข้าฝันตามที่อธิษฐานไว้ เทพช้าง บอกว่าให้ทำต่อไปจะช่วยสร้างให้สำเร็จเอง หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคนมาติดต่อมาหาหลวงพ่อ เพื่อให้ติดต่อหาคนขายทราย-ดิน สำหรับนำไปถมที่สร้างสนามบินสุวรรณภูมิ หลวงพ่อเลยช่วยประสานงานติดต่อให้สำเร็จ หลวงพ่อจึงได้ปัจจัยจากการบริจาคทำบุญ ของผู้มาขอความช่วยเหลือได้นำไปจ่ายค่าก่อสร้างศาลาและค่าใช้จ่ายของวัด
สถานที่สำคัญอื่นภายในวัดทัพศิลา

พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง
ตั้งอยู่บนเนินเขาบริเวณด้านหลังของวัดทัพศิลา เนื่องจากหลวงพ่อท่านพิจารณาเห็นว่าประชาชนที่มีเชื้อสายมอญ พม่า และกะเหรี่ยง ที่เข้ามาอาศัยและประกอบอาชีพในประเทศไทยมีอยู่จำนวนมาก และมีหลายคนที่เดินทางมาเข้ามาทำบุญที่วัด จึงสร้างเพื่อให้ พุทธศาสนิกชนเหล่านั้นซึ่งนับถือบูชาพระธาตุอินทร์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ได้มีสถานที่สักการะแทนองค์จริง (พระธาตุอินทร์แขวน องค์จริงนั้น ตั้งประดิษฐานอยู่ที่เมือง พระธาตุอินทร์แขวน หรือ ไจทีโย ในภาษามอญ หมายความว่า หินรูปหัวฤๅษี ตั้งอยู่ที่เมืองไจโท อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญ ของประเทศพม่า บนยอดเขาพวงลวง เหนือระดับน้ำทะเล 3,615 ฟุต ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและ ท้าทายแรงดึงดูด ของโลก โดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และยังเป็น พระธาตุประจำปี จอที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต) นอกจากนี้ บริเวณเนินพระธาตุอินทร์แขวนจำลองยังเป็นจุดชม ทัศนียภาพมุมกว้าง ที่สวยงาม และมีลมพัดเย็นสบายอย่างต่อเนื่องด้วยพระพุทธรูปพระพุทธพิชิตมาร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ประดิษฐาน อยู่บริเวณหน้าวัดทัพศิลา

ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภายในศาลาเทพช้าง ศาลาทรงแปดเหลี่ยมเป็นภาพวาดสมัยใหม่ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรต้นไม้ น้ำ และสัตว์ต่างๆ รวมทั้ง มีเรื่องราวการเดินทัพของทหารไทย-พม่าในอดีต 

หินเทพช้างวัดทัพศิลา
หินเทพช้าง วัดทัพศิลา
หินเทพช้าง วัดทัพศิลา
พระธาตุอินทร์แขวนจำลองซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา
หินเทพช้าง วัดทัพศิลา
หินเทพช้าง วัดทัพศิลา
หินเทพช้าง วัดทัพศิลา
วิวทิวทัศน์ข้างบนพระธาตุอินทร์แขวน
หินเทพช้าง วัดทัพศิลา
หินเทพช้าง วัดทัพศิลา
บันไดทางขึ้น
หินเทพช้าง วัดทัพศิลา

จากตัวเมืองกาญจนบุรี ไปได้ 2 เส้นทาง ดังนี้  
ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 323 (ถนนแสงชูโต) ไปทางแยกทัพศิลา
จากตัวเมืองกาญจนบุรี เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 323 (ถนนแสงชูโต : กาญจนบุรี – ไทรโยค)   เมื่อถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน ให้เลี้ยวซ้ายตามทางหลวงหมายเลข 323   (ถ.แสงชูโต) เดินทางตามทางหลวง 323 ไประยะทางประมาณ 58 กิโลเมตร จะพบทาง สามแยกทับศิลา  ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3457 (ทัพศิลา – โป่งปัด) จากนั้น เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 3457 ไปอีกประมาณ 8.7 กิโลเมตร จะพบวัดทัพศิลาอยู่ทางซ้ายมือ (ระหว่างหลัก กม. ที่ 8 – 9)  ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3199 ไปทางแยกโป่งปัด  

จากตัวเมืองกาญจนบุรี เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 323 (ถนนแสงชูโต : กาญจนบุรี – ไทรโยค) จากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน ให้ตรงผ่านสี่แยก เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3199 (กาญจนบุรี – ศรีสวัสดิ์) เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 3199 ไปอีกประมาณ 27 กิโลเมตร (ระหว่างหลัก กม.ที่ 35-36) จะพบสามแยกโป่งปัดให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3457 แล้วเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 3457 ไปอีกประมาณ 6.7 กืโลเมตร จะพบวัดทัพศิลาอยู่ทางขวามือ (ระหว่างหลัก กม. ที่ 8 – 9) 

จากอำเภอไทรโยค
จากอำเภอไทรโยค ให้เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 323 (ถนนแสงชูโต : ไทรโยค - กาญจนบุรี) จะพบทางสามแยกทับศิลา (ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 59-58) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3457 (ทัพศิลา – โป่งปัด) จากนั้น เดินทางตามทางหลวง หมายเลข 3457 ไปอีกประมาณ 8.7 กิโลเมตร จะพบวัดทัพศิลาอยู่ทางซ้ายมือ (ระหว่างหลัก กม. ที่ 8 – 9) 

จากอำเภอศรีสวัสดิ์
จากอำเภอศรีสวัสดิ์ ให้เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 3199 (ถนนแสงชูโต : ศรีสวัสดิ์ - กาญจนบุรี) จะพบทางสามแยกโป่งปัด (ระหว่างหลัก กม.ที่ 36-35) ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3457 แล้วเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 3457 ไปอีกประมาณ 6.7 กิโลเมตร จะพบวัดทัพศิลาอยู่ทางขวามือ (ระหว่างหลัก กม. ที่ 8 – 9) 

เมื่อมาถึงวัดทัพศิลา จุดแรกที่เราไปชมคือ หินช้าง จากนั้นต้องนั่งรถขึ้นเขาไปอีกประมาณ 500 เมตรเพื่อไปต่อยังพระธาตุอินทร์แขวน จำลอง รถที่ขึ้นไปได้ต้องเป็นรถกระบะหรือรถโฟรวิวเท่านั้นเพราะเส้นทางเป็นดินทรายและชันช่วงสุดท้าย หรือไม่ก็อาจเดิน ขึ้นไป ก็ได้

 ติดตามไปด้วยกันใน Facebook