ตลาดน้ำคลองสระบัว
วัดมเหยงคณ์ เดิมเป็นพระอารามหลวง และกลายเป็นวัดร้างไปภายหลังกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ วัดนี้ตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ ๕ ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่นอกเขตเมืองมาทางทิศตะวันออก ถ้าเดินมาจากถนน สายเอเชีย แยกเข้าสู่ถนนโรจนะเพื่อมุ่งเข้าเกาะเมือง พอมาถึงเจดีย์วัดสามปลื้มเลี้ยวขวาอ้อมวงเวียนมาตามถนนระยะทางประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ก็จะถึงทางเข้าวัดมเหยงคณ์ ท่านจะมองเห็นผนังอุโบสถก่อด้วยอิฐสีแดงตระหง่านแต่ไกล
บริเวณโคกโพธิ์
เป็นเนินดินตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพุทธาวาส ลักษณะเกือบเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส ยาว ๕๘ เมตร กว้าง ๕๐ เมตร อาจเป็นที่ตั้ง พลับพลาที่ประทับของพระเจ้าหงสาวดีตะเบ็งชะเวตี้ ต่อมาเมื่อพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระทรงปฏิสังขรณ์วัดนี้ คงจะได้สร้างเจดีย์เล็ก ๆ หรือสิ่งก่อสร้างอื่น เพราะสังเกตเห็นเป็นมูลดินเตี้ย ๆ คล้ายเจดีย์อยู่หลายแห่ง ได้พบรากฐานอิฐและกระเบื้องอยู่มาก (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ;ลานธรรมจักษุ)

เจดีย์ด้านตะวันออกของพระวิหาร ๒ องค์
เป็นเจดีย์แบบลังกา ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้างด้านละ ๑๐ เมตร ฐานของเจดีย์รับปากระฆังเป็นรูปแปดเหลี่ยมเส้นผ่าศูนย์กลาง ๘.๐๐ เมตร ขอบขององค์ระฆังทำเป็นลวดคาด ๕ ชั้น บัลลังก์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสคงเหลือเพียงปล้องไฉนเท่านั้น ส่วนยอดชำรุด

วิหารสองหลัง
ตั้งอยู้ทิศตะวันออกเฉียงเหนือและเฉียงใต้ของพุทธาวาส คงเหลือเพียงรากฐานเห็นเป็นมูลดิน กว้าง ๖.๔๐ เมตร ยาว ๑๒.๘๐ เมตร มีแนวกำแพงแก้วล้อมรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยม กว้าง ๒๑.๖๐ เมตร ยาว ๒๗.๘๐ เมตร

พระอุโบสถ
ตัวพระอุโบสถ กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๓๖.๘๐ มีมุขทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ประตูเข้าทางทิศตะวันออก ๓ ช่อง ทิศตะวันตก ๒ ช่อง หน้าต่างรูปสี่เหลี่ยมขนาด ๑.๑๐ เมตร x ๒.๔๐ เมตรมี ๖ ช่อง (อยู่ทางด้านเหนือและด้านใต้ละ ๓ ช่อง) ภายในพระอุโบสถมี แท่นฐานชุกชี ๒ แท่น พระพุทธรูปประธานเป็นหินทราย หักล้มลงเป็นท่อน ๆ ตัวพระอุโบสถนี้ มีกำแพงแก้ว ๒ ชั้น มุมของแต่ละขั้นย่อเหลี่ยม ตรงมุมกำแพงแก้วชั้นนอกมีเจดีย์เล็ก ๆ ทรงลังกาประกอลกำแพงแก้วชั้นนอก กว้าง ๓๘ เมตร ยาว ๗๒ เมตร ใบเสมาเป็นหินสีเขียว หนา ๒๐ ซม. กว้าง ๑.๐๐ เมตร สูง ๒.๐๐ เมตร

เจดีย์ด้านตะวันตกของวิหาร
ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้าง ๑๒ เมตร ทักษิณย่อไม้สูง ๒.๘๐ เมตร องค์เจดีย์ส่วนที่รับปากระฆังเป็นแปดเหลี่ยม มีบัวคว่ำหงายสลับหน้ากระดานขึ้นไป ๕ ชั้น เฉพาะชั้นที่ ๕ มีลายเครือไม้และแข้งสิงห์ประกอบที่มุมปากระฆังเป็นขอบลวดคาด ๓ ชั้น ชั้นที่ ๓ ทำเป็นกลีบบัวประดับ มีบันไดขึ้นด้านตะวันออก องค์ระฆังเป็นทรงลังกา นับเป็นเจดีย์ยุคปลายของกรุงศรีอยุธยา เข้าใจว่าคงสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ

เจดีย์รายทรงลังกา
ตั้งบนฐานสี่เหลี่มจตุรัสในเขตพุทธาวาส ๕ องค์ นอกเขตพุทธาวาสด้านตะวันตก ๓ องค์ ทุกองค์มีฐานกว้างประมาณ ๑๐ เมตร ยังเห็นรูปทรงได้ชัด ชำรุดบ้างเล็กน้อย

เจดีย์ช้างล้อม
ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส ยาวด้านละ ๓๒ เมตร มีช้างเห็นได้ทั้งตัวประดับโดยรอบ ช้างแต่ละเชือกสูง ๑.๐๕ เมตร ประดับห่างกัน เชือกละ ๘๐ ซม. องค์เจดีย์เป็นแบบลังกาเหมือนเจดีย์ช้างล้อมทางสุโขทัย มีบันไดขึ้นนมัสการทั้งสี่ด้าน องค์เจดีย์ตั้งแต่ส่วนกลาง ขององค์ระฆังหักพังลงมานานแล้ว
ประวัติความเป็นมาของวัดมเหยงคณ์น่าสนใจ เพราะเป็นเครื่องชี้ถึงความเจริญด้านจิตใจ ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อสร้าง ทะนุบำรุงพระอารามแห่งนี้สืบต่อกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ปัจจุบันนี้กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนใดมเหยงคณ์เป็นโบราณวัตถุ โบราณสถานของชาติ ตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ พงศาวดารเหนือได้จดไว้ว่า พระเจ้าธรรมราชา กษัตริย์องค์ที่ ๘ ของอโยธยา มีมเหสี ชื่อ พระนางกัลยาณี และพระนางเป็นผู้สร้างวัดมเหยงคณ์พระเจ้าธรรมราชา (พ.ศ. ๑๘๔๔ - ๑๘๕๓) เป็นพระราชบุตรเขยองค์แรกของพระเจ้าสุวรรณราชา พระองค์ทรงสร้างวัดกุฏีดาว ส่วนพระนางกัลยาณี พระอัครมเหสีทรงสร้าง วัดมเหยงคณ์ถ้าเชื่อพงศาวดารเหนือ ก็แสดงว่าวัดมเหยงคณ์สร้างในสมัยอโยธยา ก่อนตั้งกรุงศรีอยุธยาอย่างน้อย ๔๐ ปี

ถ้าจะดูตามแนวภาษาศาสตร์ความหมายของชื่อมเหยงคณ์ มาจากศัพท์บาลีว่า มหิยังคณ์ แปลว่า ภูเขาหรือ เนินดิน พิจารณา ภูมิประเทศของวัดมเหยงคณ์ก็เห็นว่าเข้าเค้า เพราะวัดมเหยงตณ์ โดยเฉพาะส่วนพุทธาวาสตั้งอยู่บนเนินสูง นอกจากนั้น ชื่อ มเหยงคณ์ ยังเป็นชื่อสถานที่และพระธาตุสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ศรีลังกา เรียกว่า มหิยังคณ์เจดีย์ ด้วย ประเด็นที่สาม เจดีย์ประธานของวัดมเหยงคณ์ ก็สร้างเป็นเจดีย์ทรงระฆังมีช้างล้อมรอบองค์เจดีย์ ๘๐ เชือก เจดีย์แบบนี้น่าจะได้มาจากเจดีย์ชัย ของพระเจ้าทุษฐาคามินีมหาราชในลังกาทวีป ช้างที่ล้อมรอบเจดีย์ คงเนื่องมาจากช้างฤณฑลราชพาหนะของ พระเจ้าทุษฐาคามินี มหาราช ผู้ที่ชนะสงคราม และได้บำรุงศาสนาพุทธให้เจริญรุ่งเรืองในลังกา ปัจจุบัน ในประเทศไทย มีชื่อวัด มเหยงคณ์ รวม ๔ วัด ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาคือ ตำบลหันตรา ๑ , อำเภอนครหลวง ๑ , ที่จังหวัดสุพรรณบุรีอีก ๑ แห่ง, และจังหวัดนครศรีธรรมราช อีก ๑ ล้วนแต่เป็นวัดสำคัญทั้ง ๔ แห่ง

1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
ถ้าเดินมาจากถนนสายเอเชียแยกเข้าสู่ถนนโรจนะเพื่อมุ่งเข้าเกาะเมืองพอมาถึงเจดีย์วัดสามปลื้มเลี้ยวขวาอ้อมวงเวียนมาตาม ถนนระยะทางประมาณ 1.5กิโลเมตรก็จะถึงทางเข้าวัดมเหยงคณ์ ท่านจะมองเห็นผนังอุโบสถก่อด้วยอิฐสีแดงตระหง่าน
2. โดยรถสาธารณะ
จากสถานีหมอชิตใหม่ มีบริการรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทุกวัน วันละ หลายเที่ยว ทั้งรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา และรถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 กรุงเทพฯ-ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร-พระนครศรีอยุธยา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2936 2852-66 หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th หรือรถตู้โดยสารจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หมอชิต และฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต นั่งรถมาลงสุดสายจาก นั้นต่อรถมอเตอร์ไซต์หรือ รถท้องถิ่น ไปยังวัดมเหยงคณ์
 ติดตามไปด้วยกันใน Facebook