อุทยานแห่งชาติแม่เมย อยู่ในเขตอำเภอท่าสองยาง มีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนสหภาพพม่าโดยมีแม่น้ำเมย เป็น เส้นแบ่งเขตแดน อุทยานแห่งชาติแม่เมยขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามและอลังการของทะเลหมอก มาช้านาน ไม่ว่าจะเป็น ม่อนปุยหมอก ม่อนครูบาใส  ม่อนกระทิง ม่อนกิ่วลม และม่อนพูนสุดา ซึ่งแต่ละจุดเป็น จุดชมทิวทัศน์ ของขุนเขาและทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวและ นักถ่ายภาพธรรมชาติมานานบริเวณที่ทำ การอุทยานฯ มีการจัดภูมิทัศน์ และตกแต่งพื้นที่ด้วยไม้ประดับดูสวยงาม บรรยากาศโดยรอบที่ ทำการสงบร่มรื่นด้วยป่าเขา และยังมีสัตว์ป่าต่างๆ เช่น กวาง ละมั่ง เป็นต้น นอกจากนั้นทางอุทยานฯ ได้จัด เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ใช้เวลาเดินประมาณ 6 ชั่วโมง ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางโดยติดต่อล่วงหน้าที่อุทยานฯ เป็น เส้นทางเดินแบบไปเช้า- เย็น กลับ หรือจะพักแรมก็ได้ ระหว่างเส้นทางที่เดินเป็นทางขึ้นเขาบ้าง ลงเขาบ้าง ทางเดินไม่ชันมาก เดินเรียบลำน้ำขึ้นไปเรื่อยๆ ผ่านน้ำตกเล็กๆ บางครั้งต้องปีนบันไดไม้ไผ่ที่สร้างขึ้นขนานไปกับ น้ำตก ละอองน้ำจากน้ำตกจะกระเด็นเข้ามาปะทะที่ใบหน้าทำให้สดชื่นขึ้น หากมาในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะพบ ดอกไม้ป่านานาชนิดหลากสีสันบานอยู่ริมทางเดินหรือริมน้ำตก เช่น ดอกกระทือสีแดง ดอกบัวตองสีเหลืองบาน เป็นกอชวนสะดุดตาตัดกับผืนป่าสีเขียว บางดอกซ่อนตัวอยู่กับพรมมอสสีเขียวเข้ม
อุทยานแห่งชาติแม่เมย
จุดชมทะเลหมอกที่น่าสนใจ มี 4 จุด ดังนี้
1. ม่อนปุยหมอก
เป็นจุดที่ชมทะเลหมอกได้กว้างไกลและชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้งดงามอีกแห่งหนึ่ง การเดินทาง จากตัวอุทยานต้องเดินทางขึ้นไปด้วยเท้าระยะทาง 3.8 ก.ม.ใช้เวลาเดินเท้าเข้าไปประมาณ 4-5 ชั่วโมง และ ต้องพักค้างแรม 1 คืนและที่สำคัญหากใครอยากมาเที่ยวที่นี่ต้องเตรียมร่างกายมาให้พร้อมเลย เพราะ3.8 ก.ม.นี้ ทางชันและขึ้นเขาอย่างเดียว จะมีทางราบและลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากมาในช่วงปลายฝนต้นหนาว จะได้ ชมไม้ แมลงและความเขียวขจีของเฟรินไปตลอดทางเดิน **สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อต้องการขึ้นไปชมทะเลหมอกที่ม่อนปุยหมอก
เนื่องจากการเดินไปชมทะเลหมอกที่นี่ต้องใช้เวลาอยู่บนม่อนปุยหมอก  2 วัน 1 คืน ดังนั้นควรเตรียมซื้ออาหาร การกิน น้ำ ของใช้ส่วนตัว และอุปกรณ์ต่างๆไปเองให้เพียงพอ  เนื่องจากที่ม่อนปุยหมอกไม่มีสิ่งอำนวยความ สะดวกใดๆ ทั้งสิ้นแม้แต่ห้องน้ำ และก่อนเดินทาง การเดินขึ้นไปม่อนปุยหมอกต้องมีเจ้าหน้าที่ ของอุทยานฯ นำทางไปด้วย เพราะฉะนั้นก่อนไปติดต่อเจ้าหน้าที่ไว้ล่วงหน้าได้เลยค่ะ เพื่อให้จัดเตรียมลูกหาบไว้ให้เราด้วย ค่าลูกหาบคิดกิโลละ 15 บาท
ทะเลหมอกที่ม่อนปุยหมอก
ม่อนปุยหมอก ม่อนปุยหมอก
ม่อนปุยหมอก ม่อนปุยหมอก
ม่อนปุยหมอก ม่อนปุยหมอก
ม่อนปุยหมอก ม่อนปุยหมอก
ธรรมชาติที่สวยงามระหว่างทางเดินไปม่อนปุยหม่อน
ม่อนปุยหมอก ม่อนปุยหมอก
ม่อนปุยหมอก ม่อนปุยหมอก
ม่อนปุยหมอก ม่อนปุยหมอก
ม่อนปุยหมอก ม่อนปุยหมอก
ม่อนปุยหมอก ม่อนปุยหมอก
1.ม่อนครูบาใส
ชมทะเลหมอกยามเช้าและพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 7 กิโลเมตร
ม่อนครูบาใส ม่อนครูบาใส
ม่อนครูบาใส  
2.ม่อนพูนสุดา
เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากม่อนครูบาใส 200 เมตร ชื่อม่อนตั้งขึ้นตามชื่อของ นักถ่ายภาพชั้นครูของเมืองไทย คือ อาจารย์พูน เกษจำรัส และภรรยาของท่านชื่อ สุดา เพื่อเป็นเกียรติแด่ อาจารย์พูน ในฐานะที่เป็นผู้เดินทางมาถ่ายภาพบนหม่อนนี้เป็นคนแรก
ม่อนพูนสุดา ม่อนพูนสุดา
ม่อนพูนสุดา ม่อนพูนสุดา
ม่อนพูนสุดา ม่อนพูนสุดา
3.ม่อนกิ่วลม
เป็นจุดชมดวงอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สวยที่สุดจุดหนึ่ง ที่ใช้ชื่อว่า ม่อนกิ่วลม ก็เพราะที่แห่งนี้มีช่องหรือกิ่วที่มีลมพัด ผ่านอยู่เสมอ ม่อนกิ่วลมอยู่บนความสูง 940 เมตรจากระดับน้ำทะเล มองเห็นทะเลหมอกปกคลุมหุบเขาเบื้องล่าง โดยมียอดเขาสูงต่างๆ โผล่พันสายหมอกแลดูราวกับเกาะใหญ่น้อยกลางทะเลสีขาว อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี สภาพป่าโดยรอบเป็นป่าดิบเขา เดินทางต่อจากม่อนกระทิงลัดเลาะไปตามไหล่เขาอีกประมาณ 8 กิโลเมตร จุดชมทิวทัศน์ม่อนกิ่วลม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งงชาติ ประมาณ 12 กิโลเมตร
ม่อนกิ่วลม ม่อนกิ่วลม
ม่อนกิ่วลม ม่อนกิ่วลม
ม่อนกิ่วลม ม่อนกิ่วลม
4. ม่อนกระทิง
เป็นจุดชมทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งคำว่า“ม่อน”หมายถึงเนินดินหรือเนินเขาเตี้ยๆ ชื่อม่อนกระทิงมีที่มา จากว่าบริเวณนี้เคยมีกระทิงอาศัยอยู่ชุกชุมจนมีพรานป่าขึ้นมาล่าอยู่เสมอๆ เดินทางจากถ้ำแม่อุสุต่อไปจนพบกับ ทางหลวงจังหวัดหมายเลข1267สายแม่สลิดหลวง-แม่ระเมิง ให้เลี้ยวขวาขึ้นสู่ดอยแม่ระเมิง ช่วงนี้เป็นทางขึ้นเขา ชัน ระยะทางประมาณ 11 กม. จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ม่อนกระทิงอยู่ห่างออกไปอีกไม่ไกล
นักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสทะเลหมอกอย่างใกล้ชิด ส่วนใหญ่จะมากางเต้นท์แคมปิ้งสัมผัสทะเลหมอกอย่าง ซึ่งจะเลือกกางเต้นท์ที่จุดใดก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะนิยมกางเตนท์ที่ม่อนกิ่วลมเนื่องจากที่นี่เป็นจุดที่ี่พระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า  จุดชมทะเลหมอกทั้ง 3 จุด ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ เช่นกัน ต้องเตรียมอาหาร และเครื่องดื่ม ต่างๆ ไปเอง ส่วนห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำแบบใช้ดินกลบไม่มีน้ำให้ค่ะ ส่วนใหญ่หลังจากที่พักค้างคืนในบริเวณจุดชมทะเลหมอกทั้ง 4 จุดแล้ว นักท่องเที่ยวจะลงมาอาบน้ำ และล้างอุปกรณ์ต่างๆ  ที่บริเวณตัวอุทยาน แห่งชาติแม่เมย เนื่องจากที่อุทยานฯ มีห้องน้ำและ สิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่า
1.น้ำตกแม่ระเมิง
ห่างจากที่ทำการของอุทยานแห่งชาติ ตามเส้นทางสู่ม่อนกิ่วลมอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 20 ทางด้านขวามือจะ พบน้ำตก ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดเล็กสูงราว 15 เมตร ตกลงมาเป็นสองชั้นไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง

2.น้ำตกชาวดอย
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ตามถนนแม่สลิด-แม่ระเมิง ประมาณ 5 กิโลเมตร ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 17-18มีเส้นทางเดินเท้าประมาณ 500 เมตร ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที จะพบกับน้ำตกชาวดอยที่ไหลจาก หน้าผาสูงราว25-30 เมตร ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลางชั้นเดียวที่ทิ้งลงสู่เบื้องล่าง รวมตัวเป็นสายธารไหล ลัดเลาะไปตามโขดหินที่ ระเกะระกะกลางลำห้วยแลดูสวยงามแปลกตา

3.น้ำตกแม่สลิดน้อย
อยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ต้องเดินทางเท้าลัดเลาะไปตามลำห้วยแม่สลิด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ระหว่างทางจะมีพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจให้ศึกษา เช่น ดอกเทียน หงอนเงือกเล็ก แววมยุราเล็ก ดอกไม้เถา เห็ดป่าสี สวยสดใส และเฟิร์น ใช้ชมตลอดทาง ถึงน้ำตกชั้นแรก แยกเป็นสองสายตกจากหน้าผาสูงราว 40 เมตร ส่วนชั้นที่ 2, 3 และ 4 ต้องปีน ป่ายไปตามไหล่เขาที่สูงชัน ชั้นบนสุดจะพบน้ำตกอีกสองชั้นใหญ่ๆ มีสายน้ำทิ้งตัวไหลลงสู่ เบื้องล่างติดต่อกันลงมาถึงสองชั้น จากหน้าผาสูงชันไม่น้อยกว่า 80 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำใหญ่ด้วยความแรงของ สายน้ำทำให้เกิดละอองเป็นฝอยฟุ้งกระจายไปทั่ว ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตก แม่สลิดน้อยสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินท่อง ธรรมชาติ ฟังเสียงสายน้ำ และศึกษาพรรณไม้นานาชนิด อยู่ห่างจาก ที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 1.8 กิโลเมตรระหว่างเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติมีน้ำตกขนาดเล็กมากมาย ให้ได้ชม

4.ถ้ำแม่อุสุ
เป็นถ้ำหินปูนที่มีขนาดกว้างใหญ่ มีลำน้ำแม่อุสุไหลเข้าสู่ปากถ้ำซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วไหล เวียนไปออกด้านหลังถ้ำลงไปสู่แม่น้ำเมยซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีระยะทางโดยประมาณ 450 เมตร ปากถ้ำกว้างประมาณ 20 เมตร สูงประมาณ 6 เมตร ภายในของถ้ำมีคูหาใหญ่ๆ อยู่ 3 คูหา มีหินงอกหินย้อยที่ สวยงามมาก เวลากลางวัน แสงอาทิตย์ส่องลาดผ่านปล่องถ้ำลงมากระทบหินทราย เกิดประกายแวววาว บริเวณ ปากทางเข้าถ้ำมีเจ้าหน้าที่นำเที่ยวชมภายใน ทางเดินในถ้ำค่อนข้างสะดวก มีเพียงบางช่วงที่ต้องปีนป่ายก้อนหิน บ้าง ใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ1 ชั่วโมง ในช่วงฤดูฝนระดับน้ำในถ้ำจะขึ้นสูงจนไม่สามารถเข้าไปในถ้ำได้ ถ้ำแม่อุสุ จึงเที่ยวได้เฉพาะในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้ง ถ้ำแม่อุสุอยู่ห่างจากอำเภอท่าสองยางตามทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 105 สายแม่สอด - แม่สะเรียง ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามถนน รพช. ผ่านบ้าน ทีโนะโคะ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ถึงถ้ำแม่อุสุ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 08 5732 2532
สถานที่พัก ทางอุทยานฯ มีบริการบ้านพัก จำนวน 3 หลัง ราคา 1,000 บาท อุทยานแห่งชาติจัดเตรียม สถานที่ กางเต็นท์และเต็นท์ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว การสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและ สำรองที่พักเต็นท์ได้กับอุทยานแห่งชาติโดยตรง อัตราค่าบริการสถานที่กางเต็นท์และเต็นท์เพิ่มเติ่มหาก ต้องการ ให้อุทยานฯ บริการด้านอาหารต้องแจ้งล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติแม่เมย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก 63150 โทร 0 5551 9644-45หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บางเขน กรุงเทพฯ โทร.0 2562 0760 www.dnp.go.อัตราค่าเข้าอุทยานแม่เมย ชาวไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวต่างประเทศ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท (ไม่รวมคนขับ)
1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
จากตัวเมืองตากไปตามเส้นทางสายแม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง ทางหลวงหมายเลข 105 ระยะทางประมาณ 114 กิโลเมตร มีทางแยกขวามือที่จุดตรวจแม่สลิดเป็นทางที่ตัดไปสู่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่เป็นทาง ขึ้นเขาไปอีกประมาณ 11 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ ทางขึ้นเขาเป็นทางชันรถบัสใหญ่ไม่สามารถขึ้นไปได้ (หมายเหตุ เส้นทางหลวงหมายเลข 105 ช่วงแม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง เป็นเส้นทางเลียบชายแดนจึงไม่ แนะนำให้เดินทางผ่านหลังเวลา 18.00 น.) หรือนั่งรถสองแถวประจำทางจากแม่สอดไปบ้านแม่สลิดหลวงหลังจาก นั้นต้องเหมารถต่อไปที่ทำการอุทยานฯ