ย่านท่าหลวง ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำจันทบุรีด้านตะวันตกแต่เดิมรู้จักกันในชื่อที่เรียกกันติดปากว่า "บ้านลุ่ม" ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนและญวนอพยพตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาได้พัฒนา มาเป็น ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของจันทบุรีที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 มีจุดเริ่มต้นจากเชิงสะพาน วัดจันทร์ ผ่านบ้านท่าหลวงยาวเป็นแนวไปตลอดจนถึงชุมชนตลาดล่าง บริเวณที่เรียกว่าท่าเรือจ้างอาคาร ส่วนใหญ่ เป็นที่พักอาศัย และร้านค้าของชุมชนที่มีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีลักษณะเป็นตึกแถว โบราณมีลวดลายไม้จำหลักอ่อนช้อยงดงาม อยู่ตามบานประตูหน้าต่างและมุมอาคาร ซึ่งจะพบรูปแบบเรือน ขนมปังขิงปะปนอยู่ด้วย เพราะชาวจันทบุรีได้รับอิทธิพลจากการติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศเมื่อสมัย ร. 5 ลักษณะการฉลุลายของช่างฝีมือชาวจันทบุรีจัดได้ว่ามีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะการจำหลักฉลุช่องลม เป็นภาพจำหลักนูนรูปหัวพยัคฆ์สอดแทรก อยู่ตามกิ่งเครือเถาหรือความคมเฉียบของลายที่ แฝงไปด้วยความ อ่อนช้อย ของลายจำหลัก ย่านท่าหลวงจึงถือว่าเป็นย่านประวัติศาสตร์ของ จ.จันทบุรี  
ย่านท่าหลวง
ย่านท่าหลวง-ตลาดล่าง มีความสำคัญต่อบทบาทการค้ากับต่างประเทศของจันทบุรีในยุคนั้น คือเป็นจุดที่เรือ บรรทุกสินค้าของป่าที่รวบรวมมาได้จากป่าแถบตะเคียนทอง น้ำขุ่น คลองพลู วังแซ้มในบริเวณ เขาคิชฌกูฎและ เขาสอยดาว จะล่องลงมาตามลำน้ำจันทบุรีและมาเทียบท่าที่ตลาดท่าหลวงโดยมีกล่มชาวชองซึ่งเป็น ชนพื้นเมือง เดิมที่อาศัยอยู่ในแถบเทือกเขาในจันทบุรี ระยองและตราด เป็นแรงงานในการจัดเก็บของป่านำมาจำหน่าย ในตัว เมืองจันทบุรี ในปีหนึ่งชาวชองจะล่องแพนำสินค้ามาจำหน่ายในเมืองเพียงครั้งเดียว คือในระหว่างเดือน 10 ถึง 12 (เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน) เนื่องจากเป็นฤดูน้ำหลากสามารถล่องแพลงมาตามลำน้ำได้สะดวก ส่วนในฤดูแล้ง ระหว่างเดือน 3 ถึง 5 (เดือนกุมพาพันธ์ถึงเดือนเมษายน)ต้องลำเลียงทางเกวียนซึ่งลำบากและใช้เวลานาน จึงไม่ เป็นที่นิยมในช่วงที่กองทหารฝรั่งเศสเข้ามายึดครองจันทบุรี (พ.ศ. 2436-2447) การค้าขายในย่านนี้เป็นไป อย่าง คึกคักนอกจากสินค้าป่าแล้วยังมีการลักลอบจำหน่ายสินค้าประเภทสุรา ฝิ่น กาแฟ ชา การเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจของย่านท่าหลวง-ตลาดล่างส่งผลให้ทางรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ต่างๆ ในบริเวณนี้ก่อนบริเวณอื่น
ย่านท่าหลวง ย่านท่าหลวง
ในปี พ.ศ. 2451 จึงได้ประกาศให้พระราชบัญญัติสุขาภิบาลที่ตำบลตลาดเมืองจันทบุรีเป็น แห่งแรกในเขต จันทบุรี นอกจากนี้ในช่วงที่มีการค้าขยายตัว มีจำนวนประชากรอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานชั่วคราวในย่านนี้ถึงปีละ 100 คน เศษมีพ่อค้าต่างถิ่น อาทิ แขก กุหล่า พม่า เข้ามาตั้งร้านค้าชั่วคราวรวมทั้งมีพ่อค้าเร่จากบ่อพลอยไพลิน บ่อนาวง ที่มาซื้อขายสินค้าต่างๆ และนำพลอยมาขายปีละนับพันคนเมื่อศูนย์กลางการค้าภายใน เมืองจันทบุรีย้ายไปอยู่ที่ ตลาดน้ำพุลักษณะทางกายภาพของท่าหลวง-ตลาดล่างยังปรากฏให้เห็นวัฒนธรรมการตั้งบ้าน เรือนหรือ ร้านค้าที่ หันหลังให้แม่น้ำ หันหน้าเข้าสู่ถนนบ้านเรือนเป็นเรือนติดดินนิยมสร้างเป็นเรือนหลังใหญ่ทรงจั่วใช้วัสดุ ในท้องถิ่น ก่อสร้าง อาทิ ไม้แฝก ใบจากนิยมยื่นชายคากออกมาเพื่อเป็นร้านค้าติดระเบียงทางเดิน ด้านหน้าตาม ลักษณะที่ พักอาศัยกึ่งพาณิชย์อันเป็นลักษณะวัฒนธรรมการค้าขายของชาวจีน อาคารพักอาศัยและร้านค้า ย่านท่าหลวง เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมาก ควรจะมีการอนุรักษ์เอาไว้เพื่อการท่องเที่ยว หรือโฮมสเตย์ ปัจจุบันยังมีกองถ่ายละคร และกองถ่ายภาพยนตร์ รวมทั้งภาพยนตร์โฆษณา มาใช้โลเกชั่น บริเวณ นี้กันบ่อยๆ อาทิ ละคร อยู่กับก๋ง โฆษณารังนกสก๊อต ดูดู๊ดู ดูเธอทำ เป็นต้น
1. ชมบ้านเรือนริมน้ำเก่าสมัย ร.5 และวิถีวิตของคนในชุมชน และสถาปัตยกรรมโบราณ
บ้านเก่าโบราณอายุนับ 100 ปี
ย่านท่าหลวง ย่านท่าหลวง
ร้านเสริมเก่าแก่ที่หาชมได้ยาก ร้านตัดผม
ย่านท่าหลวง ย่านท่าหลวง
หน้าต่างโบราณ การทำพลอยสินค้ามีชื่อของเมืองจัน
ย่านท่าหลวง ย่านท่าหลวง
2.ร้านขายของที่ระลึก ร้าน"ริมน้ำจันทบูร"
ย่านท่าหลวง ย่านท่าหลวง
3. ร้านไอศครีมตราจรวด
ย่านท่าหลวง ย่านท่าหลวง
4. ร้า้นกาแฟยินดีอาภรณ์
ย่านท่าหลวง ย่านท่าหลวง
5. สถานที่ถ่ายโฆษณา รังนกสก็อต ดูดู๊ ดูเธอทำ
ย่านท่าหลวง  
6. ร้านขายยาโบราณ
ย่านท่าหลวง ย่านท่าหลวง
7. ร้านขนมไข่ป้าไต๊
ย่านท่าหลวง ย่านท่าหลวง
8.บ้านของหลวงราชไมตรีและของตระกูลปุณศรีซึ่งเป็นตึกถ่ายทำภาพยนตร์
ย่านท่าหลวง ย่านท่าหลวง
1. รถยนต์ส่วนตัว
เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดจันทบุรี ผ่านศาลหลักเมืองบริเวณหน้าค่ายตากสินแล้ว ขับรถผ่านหน้าสถานีตำรวจภูธร จังหวัดจันทบุรี ถึงเชิงสะพานวัดจันทร์ หาที่จอดรถ ชุมชนย่านท่าหลวงจะอยู่ทางด้านขวามือ
2. โดยรถสาธารณะ
- รถตู้ไปจันทบุรี ขึ้นรถที่เซ็นจูรี่ให้บริการทุกวัน เริ่มตั้งแต่ 6 โมงเช้า - 1 ทุ่ม ราคาเที่ยวละ 200 บาท  โดยรถตู้จะจอด ที่ห้างโรบินสัน จากนั้นนั่งรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างบอกว่าไปลวสะพานวัดจันทร์ ค่าโดยสาร 25 บาท - รถโดยสารปรับอากาศ บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) และหมอชิต ทุกวัน ตั้งแต่ 04.00 - 24.00 น. ออกทุกชั่วโมง สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2391 8097, 0 2391 2504 www.transport.co.th บริษัทเดินรถเอกชนวิ่งบริการ ได้แก่ เชิดชัยทัวร์ โทร. 0 2391 4146, 0 3935 0357
พรนิภาทัวร์ โทร. 0 2391 5179, 0 3931 1278 ศุภรัตน์ทัวร์ โทร. 0 2391 2331, 0 3931- รถโดยสารปรับอากาศ
จากนั้นนั่งรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างบอกว่าไปลวสะพานวัดจันทร์ ค่าโดยสาร 25-30 บาท
  • แหล่งเรือโบราณ
  • โบราณสถานค่ายเนินวง
  • สำนักงานโบราณคดีใต้น้ำ
  • บ่อพลอยเขาพลอยแหวน
  • เจดีย์ยอดเขาพลอยแหวน
  • วนอุทยาเขาแหลมสิงห์
  • หาดคุ้งวิมาน
  • อ่าวคุ้งกระเบน
  • หาดเจ้าหลาว
  • ศาสสมเด็จพระเจ้าตากสิน
  • สวนสาธารณะ พระเจ้าตากสินฯ
  • ศาลหลักเมือง
  • วัดเขตร์นาบุญญาราม
  • วัดไผ่ล้อม
  • โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล
  • ชุมชนเก่าริมน้ำ ย่านท่าหลวง
  • วัดพลับพลา
  • โบราณสถานเมืองเพนียด
  • ถ้ำเขาวง
  • ฟาร์มจระเข้-สวนสัตว์ชำโสม
  • วัดเขาสุกิม
  • อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
  • น้ำตกกระทิง
  • ยอดเขาพระบาท
  • เขื่อนคีรีธาร
  • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว
  • โอเอซีส ซี เวิลด์
  • อุทยานแห่งชาตุน้ำตกพลิ้ว
  • แหล่งทอเสื่อจันทบูร บ้านบางสระเก้า
  • น้ำตกพลิ้ว
  • น้ำตกคลองนารายณ์
  • วัดมังกรบุปผาราม
  • คุกขี้ไก่
  • ตึกแดง
  • หาดแหลมสิงห์
  • น้ำตกตรอกนอง
  • วัดเนินสูง