ประเพณีตักบาตรดอกไม้ สำหรับปีนี้ 2556 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21 กรกฏาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ณ บริเวณถนนสายคู่  หน้าพระมณฑป วัดพระพุทธบาท  จังหวัดสระบุรี จำนวนพระสงฆ์ 3000 รูป

1. ทำให้เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ
2. มีความแข็งแรง มีอายุขัยยืนยาวไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
3. ทำให้เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์สมบัติมาก เป็นมหาเศษฐีผู้ใจบุญ ค้ำจุนพระพุทธศาสนา
4. มีสติปัญญาและผิวพรรณวรรณะผ่องใส มียศถาบรรดาศักดิ์เกรียงไกร
5. ไม่พลัดพรากจากของรักมีความสุขในทุกสถาน
6. ทำให้เป็นผู้เกิดภายใต้ร่มเงาบวรพระพุทธศาสนาตลอดไป
7. บรรลุธรรมได้โดยง่ายไปทุกภพชาติ

ชาวอำเภอพระพุทธบาทมีประเพณีตักบาตรดอกไม้มานานตั้งแต่ครั้งโบราณกาล พิธีเริ่มตั้งแต่ตอนเช้า คนแก่ คนเฒ่าตลอดจนคนหนุ่มสาวพากันไปวัด เพื่อทำบุญตักบาตรข้าวสุก แด่พระภิกษุสงฆ์พระพุทธบาทราชวรวิหาร เสร็จจากการทำบุญตักบาตรแล้วบรรดาหนุ่มสาวพากันออกจากบ้านไปเก็บ ดอกไม้เพื่อเตรียมเอาไว้ตักบาตร ในตอนบ่ายของวันเดียวกัน ดอกไม้ที่ใช้เลือกเอาเฉพาะดอกที่ออกในเดือน 8 ข้างขึ้นเท่านั้น และดอกไม้ชนิดหนึ่ง เป็นที่นิยมมาก และมีเฉพาะในป่าเขา เขตจังหวัดสระบุรีเท่านั้นชาวบ้านเรียกว่า“ดอกเข้าพรรษา” ดอกเข้าพรรษานี้ ชื่อทางพฤกษศาสตร์อยู่ในสกุล กลอบบา (Globba) มีลักษณะคล้ายกับต้นกระชายหรือขมิ้น สูง 1 คืบเศษๆ มักขึ้นตามท้องที่ป่าเขาที่มีความชุมชื้นค่อนข้างสูง ลำต้นขึ้นเป็นกอจาก หัวหรือเหง้าใต้ดิน ดอก ขนาดเล็ก ออกเป็นช่อส่วนยอดของลำต้นมีหลายสี เช่น ขาว เหลืองเหลืองแซมม่วง และบางต้นก็มีสีน้ำเงินม่วง มีดอกรองรับใน ช่อดอกดูเป็นช่อใหญ่สวยงาม โดยเฉพาะชนิดดอกเหลืองจะมีกลีบรองสีม่วงสะดุดตามาก ชาวบ้านบางคนจึงเรียกว่า ดอกยูงทอง หรือ ดอกหงส์ทอง ดอกไม้นี้พบมากตามไหล่เขาโพธิลังกา หรือเขา สุวรรณบรรพต เขาช้าง หรือเขาเซียน เทือกเขาวง เขาผุ บรรดาเขาเหล่านี้อยู่ในเขตติดต่อกัน 3 ตำบล คือ ตำบลขุนโขลน ตำบลพุกร่าง อำเภอพระพุทธบาท และตำบลพุแค อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรีเมื่อเก็บ ดอกไม้มาแล้วก็นำมามัดรวมกับธูป เทียนเสร็จแล้วชาวบ้านมาตั้งแถวอยู่ริมถนนทั้ง 2 ข้าง เริ่มตั้งแ่ต่่วงเวียนถนน สายคู่ไปจนถึงประตูพระมณฑปพระพุทธบาท เมื่อถึงเวลาอันเป็นมงคลมี ขบวนนำหน้าพระภิกษุสงฆ์ เป็น ขบวนแห่กลองยาว พร้อมด้วยนางรำรำหน้ากลองยาวอย่างสนุกสนานครึกครื้นทั้งสองฟากแออัดด้วยฝูงชน ต่อจาก ขบวนกลองยาวเป็นพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนรถแห่ตามมาจากนั้นเป็นขบวนพระสงฆ์เดินมาเพื่อบิณฑบาตร ดอกไม้ แต่เดิมเมื่อถึงเวลา ตักบาตรดอกไม้ ผู้เป็นหัวหน้าประชาชนจะกล่าวคำนำถวายดอกไม้ต่างๆ เป็นคำบาลีและ ีคำไทย ดังนี้
     “อิมานิ มยํ ภนฺเต วรปุปผานิ สงฺฆสิส โอโณชยาม สาธุโน ภนฺเต สงโฆ อิมานิ วรปุปผานิ ปฏคฺคณฺหาตุ อมฺหาถํ ทีฆรตฺตํ หิตายสุขาย” แปลว่า “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวาย ซึ่งดอกไม้อันประเสริฐทั้งหลายเหล่านี้ แด่พระสงฆ์ จงรับซึ่งดอกไม้อันประเสริฐทั้งหลาย เหล่านี้เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และเพื่อความสุขแก่ ข้าพเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนานเทอญ”

พระสงฆ์รับดอกไม้ไปเรื่อยๆ ไปจนถึงประตูพระมณฑปพระพุทธบาทแล้วก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีของฆราวาส ส่วน พิธีการด้านพระภิกษุสงฆ์ เมื่อรับ บิณฑบาตดอกไม้แล้วเครื่องสักการะวันทา “รอยพระพุทธบาท” อันเป็น เวลาพลบค่ำ ยังนำเอาดอกไม้มาวันทาพระเจดีย์ “จุฬามณี” ก็นำออกไปใน มณฑป พระพุทธบาท เอาดอกไม้ อันเป็นเจดีย์ที่บรรจุี่้ พระเขี้ยวแก้วจำลองของพระองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีก แล้วนำไปสักการะ พระเจดีย์ พระมหาธาตุองค์ใหญ่ ซึ่งชาว พุทธถือกันว่าเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ (กระดูกซี่โครงของพระพุทธเจ้า) พระเจดีย์องค์นี้เหมือนกับ เจดีย์พระธาตุพนม เป็นการคารวะต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากนั้นพระภิกษุสงฆ์และ สามเณรทั้งหมดก็จะเดินตรงไปเข้า อุโบสถสวด อธิษฐาน เข้าพรรษา เปล่งวาจาอยู่ในอาณาเขตที่จำกัด ในระหว่าง ฤดูกาลเข้าพรรษาในขณะที่พระภิกษุสงฆ์ ์และสามเณรจะเข้าอุโบสถบริเวณบันไดประชาชน นำน้ำ สะอาด ล้างเท้าแด่พระภิกษุสงฆ์ด้วยความเข้าใจว่าเป็นการชำระ ล้างบาปของตนที่ได้กระทำให้หมดสิ้นไป แล้วย้อนกลับ ขึ้นไปยังพระมณฑป อีกครั้ง เป็นการปฐมเทศนาขอปฏิบัติตาม ทางธรรมของพระพุทธองค์ทุกประการ เป็นอันเสร็จ สิ้นพิธีสงฆ์ในวันตักบาตรดอกไม้ของชาวพระพุทธบาท
ประเพณีตักบาตรดอกไม้ ประเพณีตักบาตรดอกไม้
ประเพณีตักบาตรดอกไม้ จัดเป็นเทศกาลที่สำคัญ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธ ประวัติ อันเป็นการบูชาต่อองค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า กล่าวคือ เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์เสด็จขึ้นไป โปรด พุทธมารดาบนเทวโลกนั้น พระองค์ได้เสด็จประทับอยู่บนเทวโลก เพื่อโปรดพุทธมารดา ตลอดพรรษานั้น บรรดา อาณาประชาราษฎร์ทั้งหลายต่างคิดคำนึงถึงพระบรมศาสดา และต่างรอคอยการเสด็จกลับของพระพุทธ องค์ อยู่ตลอดเวลา ครั้นถึงวันเสด็จกลับพระพุทธองค์ชาวเมืองได้ทราบข่าวต่างดีอกดีใจเตรียม การต้อนรับการเสด็จ กลับของพระพุทธองค์อย่างมโหฬารยิ่งเมื่อ พระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมนุษย์โลกที่เมืองสังกัสสะเหล่าเทพยดาทั้ง หลายได้เนรมิตบันไดทองบันไดเงิน และบันไดแก้ว ถวายแด่พระองค์ ส่วนชาวเมืองสังกัสสะ ตั้งแต่พระราชา ตลอดจนประชาราษฎร์ทั้งหลาย รวมตลอดถึงท้าวพระยามหากษัตริย์และราษฎรจากนครอื่น ต่างมาร่วมเฝ้ารับ เสด็จอย่างล้นหลาม พร้อมจัดเตรียมบุปผามาลาเครื่องสักการะต่างๆ เพื่อเป็นพุทธบูชาครั้นถึงเวลาเสด็จ พระพุทธองค์ทรงเสด็จดำเนินทางบันได้แก้ว บรรดาเทพยดาต่างถวายสักการะ องค์พระพรหมและสักกะเทวธาร นำฉัตรเครื่องสูงบังสูรย์กางกั้นองค์พระบรมศาสดา เทพยดาทั้งหลายต่างประโคม ดนตรีโปรยดอกไม้และตาม เสด็จพระพุทธองค์เพื่อถวายการส่งเสด็จกลับมนุษย์โลก เมื่อพระองค์เสด็จถึงมนุษย์โลกที่เมืองสังกัสสะนั้น เหล่าบรรดา มหากษัตริย์และอาณาประชาราษฎร์ต่างปลื้มปิติโสมนัส ทำการบูชาพระบรมศาสดาด้วยดอกไม้ของหอม ต่างๆ อย่างมากมายชาวมอญได้นำเอา พุทธประวัติตอนดังกล่าวนี้มาจัดเป็นพิธีตักบาตรดอกไม้
ประเพณีตักบาตรดอกไม้ ประเพณีตักบาตรดอกไม้
1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ผ่านอำเภอวังน้อย อำเภอหนองแค ตำบลหินกอง ถึงสี่แยกสะพานต่างระดับสระบุรี ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพ ตรงไปก็จะถึงตัวเมือง จากนั้นตรงไปเส้น ลพบุรี เพชบูรณ์ถึงแยก พุแค เลี้ยวซ้าย ตรงไป สักพัก ทางเข้าวัดอยู่ด้าน ซ้ายมือ