ย้อนอดีตปิล๊อกไปเมื่อหลาย 10 ปีก่อน มีผู้พบเห็นชาวพม่าเข้ามาลักลอบขุดแร่ในพื้นที่ตำบลปิล๊อกไปขายให้ ทหารอังกฤษ คำเล่าลือ นี้ทำให้กรมทรัพยากรธรณีสมัยนั้นนำคณะนายช่างมาสำรวจก็ถึงกับตะลึง เมื่อพบว่าพื้นที่แถบนี้ี่มีแร่ดีบุกและวุลแฟรม อยู่มากมาย รองลงมาและมักอยู่ปะปนกัน คือ แร่ทังสะเตน และยังมีสายแร่ทองคำ ปะปนอยู่กับ สายแร่ดีบุกต่อมา ปี พ.ศ. 2483 องค์การเหมืองแร่ กรมโลหะกิจ ได้เปิด“เหมืองปิล๊อก”ขึ้นเป็น แห่งแรกที่บ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก จากการเปิดเหมืองในครั้งนั้นได้เกิด การปะทะกันระหว่าง ตำรวจกับกรรมกรพม่า เพราะฝ่ายไทยห้ามกรรมกรพม่านำแร่ไปขายให้อังกฤษ แต่กรรมกรพม่าฝ่าฝืน จึงเกิดการปะทะกัน ทำให้ มีผู้บาด เจ็บและล้มตายจำนวนมาก ในอดีตชาวบ้านเรียกว่า "เหมืองผีหลอก" ต่อมาเพี้ยนเป็น "ปิล๊อก" ซึ่งกลายเป็นชื่อเหมืองแร่ และตำบลในเวลาต่อมา หลังจากนั้นก็ได้มีเหมืองแร่อื่นๆทยอยเปิดตามกันมาอีกมากมายทั้ง เหมืองเล็ก เหมืองใหญ่ ราว 50-60 เหมือง โดยผู้คนพากันเรียกบรรดาเหมืองทั้งหลายในพื้นที่แถบนี้แบบเหมารวมว่า “เหมืองปิล๊อก” ดินแดนแห่งนี้ เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ของ บรรดานายเมืองทั้งหลายที่ต่างหลั่งไหลเข้ามาผู้แสวง โชคมีทั้งคนไทย พม่า และที่มาจากแถบอินเดีย เหมืองแร่จึง สร้างความเจริญ รุ่งเรืองให้แก่ชุมชนโดยรอบเป็นอย่างมากเนื่อง นิยายเหมืองแร่แห่งปิล๊อกดำเนินเรื่องราวอยู่หลายสิบปี ก่อนประสบภาวะราคาแร่โลก ตกต่ำในปี พ.ศ. 2528 บรรดาเหมืองแร่ทยอย ปิดตัวลง ไม่เว้น แม้แต่เหมืองปิล๊อก ทิ้งไว้เพียงตำนานเมือง เหมืองอันรุ่งโรจน์และ มนต์เสน่ห์แห่งปัจจุบันอันเรียบง่ายสงบ ปิล๊อก กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แวดล้อม ด้วยทะเลแห่งภูเขาอันสลับ ซับซ้อน และสวยงาม ของเทือกเขาตะนาวศรี เส้นแบ่งเขตแดนไทย-พม่า ทุกๆปี อำเภอ ทองผาภูมิจึงร่วมกับ อบต.ปิล็อก และส่วน ราชการ จัดงาน "สัมผัสอากาศเย็น เด่นในตำนาน เหมืองแร่ปิล๊อก ขึ้นทุกปี ช่วงต้นเดือนธันวาคม ในงานจัดให้มีนิทรรศการการ ทำเหมืองแร่และ กิจกรรมเที่ยวชม น้ำตกจ๊อกกระดิ่น
ปิล๊อก
ปิล๊อก
ฐานปฎิบัติการช้างศึก
ตะนาวศรีได้ 360 องศา หากขึ้นมาตอนกลางวันในวันอากาศดีจะสามารถมองเห็นทะเลอันดามันตรงอ่าวเมาะตะมะ ของพม่านอกจากนี้ ยังเป็นจุดชม พระอาทิตย์ตก ที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง มีฐานตชด.ลอยฟ้าซึ่งครั้งหนึ่งหรือหลายครั้ง ในอดีตที่นี่เคยเป็นสมรภูมิรบระหว่าง ไทยกับพม่าหรือชนกลุ่มน้อย
ปิล๊อก
ปิล๊อก
ปิล๊อก
ปิล๊อก
ปิล๊อก
บ้านอีต่อง
หมู่บ้านของชายไทยเชื่อสานพม่า เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ยังคงมีวิถีชีวิตอันงดงาม จากหมู่บ้านมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเขาช้างเผือก ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ของ อ. ทองผาภูมิ มีนักนักท่องเที่ยวที่รักการเดินป่าและผจญภัยขึ้นไปพิชิตความสวยงาม และ ยิ่งใหญ่ของ ที่นี่กันแทบทุกปี ชมรีวิวฉบับเต็ม คลิ๊ก บ้านอีต่อง
บ้านป้าเกล็น(เหมืองสมศักดิ์)
รีสอร์ทเล็กๆในหุบเขาใหญ่ บ้านน้อยหลังนี้เกิดขึ้นจากความตั้งมั่นใน ความรักและคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้กับคุณสมศักดิ์ซึ่งเป็นแรงขับ ทำให้ป้าเกล็น ใช้ชีวิตอยู่ที่ดินแดนที่ห่างไกลจากผู้คนแห่งนี้ได้อย่างสุขใจโดยการแปร สภาพจากเหมืองแร่ มาเป็นรีสอร์ทเล็กๆใน หุบเขาใหญ่ภายใต้สโลแกนว่า ที่นี่คือ “บ้านเล็กในป่าใหญ่”ปัจจุบัน บ้านที่ป้าเกล็นที่พักก็ปรับปรุง มาจากโรงเก็บพัสดุเก่าของเหมืองแร่ และกลายเป็นห้องรับรองของแขก
บ้านป้าเกล็น
บ้านป้าเกล็น
บ้านป้าเกล็น
เนินเสาธง
เนินเสาธงเป็นพื้นที่ยอดเขาที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหภาพพม่า โดยที่ทางการทหารไทยได้ จัดตั้งเสาธงพร้อมติด ธงชาติไทยขนาดใหญ่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าพื้นที่นี้เป็นจุดพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับ ประเทศสหภาพพม่า ทางการทหารไทย จึงได้ให้ชื่อพื้นที่แห่งนี้ว่า “เนินเสาธง” และได้อนุญาตให้ประชาชนทั่วไป เข้าเที่ยวชมได้ โดยมีกำลังของทหารไทยและกองกำลัง ตำรวจตระเวนชายแดน ของไทยรัก ความปลอดภัย ให้ ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเราอยู่บนเนินเสาธงนี้แล้ว เราจะได้พบกับบรรยากาศ เย็นสบาย อากาศสดชื่นแสนบริสุทธิ์ สามารถมองลงเห็น ทิวทัศน์ได้รอบตัวเรา ทั้งทิวทัศน์ที่สวยงามในประเทศไทยและทิวทัศน์ใน ประเทศสหภาพพม่า และเมื่อวันใด ท้องฟ้าเปิดเราก็จะได้เห็น ท้องทะเลอันดามันได้อีกด้วย
จุดชมทิวทัศน์เขาขาด
เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่อยู่บนยอดเขาสูง มีกระแสลมพัดผ่านตลอดเวลา อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบาย จากการสำรวจได้พบว่าจุดชมทิวทัศน์ แห่งนี้ มีความสวยงามมาก เมื่อเราไปอยู่บนจุดนี้แล้วเราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ต่าง ๆ ได้รอบตัว อันดับแรกจะได้เห็น น้ำตกจ๊อกกระดิ่น ที่มีสายน้ำไหลผ่านหน้าผาสูงลงสู่ พื้นล่างแล้วแตกกระจาย ออกมากลายเป็นกลุ่มไอน้ำลอยตัวขึ้นมาจากพื้นล่าง น่าประทับใจเป็นยิ่งนัก จะมองเห็นหมู่บ้านอีต่องหมู่บ้าน หินกองเนินเสาธง ทิวทัศน์ในประเทศสหภาพพม่าและเมื่อใดท้องฟ้าเปิดก็ จะมองเห็นท้องทะเลอันดามันได้ด้วย ตาเปล่า การเดินทางค่อนข้างลำบากจะต้องเดินทางด้วยเท้าตลอดจากปากทางเข้าที่ระหว่าง หลักกิโลเมตร ที่ 24–25 ของถนนสายบ้านไร่อีต่อง เป็นระยะประมาณ 2 กิโลเมตร
ปิล๊อก
ปิล๊อก
ปิล๊อก
ปิล๊อก
อุโมงค์เหมืองแร่
ปิล๊อก
ปิล๊อก
ปิล๊อก
ปิล๊อก
ปิล๊อก
น้ำตกจ๊อกกระดิ่น
น้ำตกที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่ง หนึ่งของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อยู่ห่างจากอุทยานฯประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอด ทั้งปี มีชั้นเดียว แต่มีความสวยงามมาก เพราะว่าสายน้ำของน้ำตกที่ไหลผ่านหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร ลงสู่พื้นล่างแล้ว แตกกระจาย ออกมากลายเป็นกลุ่มไอน้ำลอยตัวขึ้นมาจากพื้นล่างซึ่งมีความสวยงามมาก  ความพิเศษของน้ำตก คือตรงที่มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เป็น สีครามปนเขียว และที่สำคัญคือเป็นแอ่งน้ำพื้นทรายที่เหมาะแก่การเล่นน้ำไม่น้อย
น้ำตกจ๊อกกระดิ่น
น้ำตกผาแป
เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของบ้านป้าเกล็น ห่างกันประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ ยังมีความเป็น ธรรมชาติอยู่มาก เนื่อจากตั้งอยู่กลางหุบเขาอันสลับซับซ้อน ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน การเดิน ทางไปน้ำตกผาแปต้องใช้รถที่มี กำลังขับเขื่อเท่านั้น เนื่องจากทางเป็นดินลูกรังและค่อนข้างชันทีเดียว
ปิล๊อก
ปิล๊อก
น้ำตกเจ็ดมิตร
ตั้งอยู่ในเขตสัมปทานการทำเหมืองแร่ดีบุก ของบ้านป้าเกล็น ชื่อที่มาของน้ำตกเจ็ดมิตร นั้น เป็นชื่อที่ตั้งตามผู้ บุกเบิก เหมืองแร่ จำนวน 7 คน ที่เดินทางสำรวจหาแหล่งแร่ การเดินทางเข้าไปตัวน้ำตกจะต้องใช้รถขับเคลื่อน สี่ล้อเท่านั้น เพราะหนทางค่อนข้างลำบากเป็นทาง ลูกรังไต่ตามสันเขา ระยะทางประมาณ 14 กมจากที่พักของ ป้าเกล็น เป็นน้ำตกที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ และส่วนตัว คนเข้าไปมี จำนวนน้อยมาก จึงเป็นน้ำตกที่สะอาดปราศ จากขยะต่างๆ
1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับมาประมาณ 9 กม.จะพบสะพาน ลอย ข้ามไปทาง จ.กาญจนบุรี ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ขับมาประมาณ 7 กม. ท่านจะพบสี่แยก ให้ เลี้ยว ขวา ( แยกซ้ายไปบ้านโป่ง ตรงไปคือถ้ำค้างคาว) เพื่อไปยัง อ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่สี่แยก แก่งเสี้ยนให้ขับ ไปทาง อ. ทองผาภูมิ ซึ่งจะผ่านทั้ง ไทรโยคน้อย และไทรโยคใหญ่ ( หลักกม.ที่ 125 ทางหลวง หมายเลข 323 ) จะพบ สามแยก ( ตรงไปไปอำเภอทองผาภูมิ + เขื่อนเขาแหลม ถ้าเลี้ยวขวาไปอำเภอสังขละบุรี) ให้ขับตรงไปเพื่อมุ่งหน้าสู่ อ.ทองผาภูมิ ประมาณ 25 กิโลเมตร เส้นทางเป็นทางลัดเลาะ ตามไหล่เขา ถนนค่อนข้างแคบโค้งเยอะจะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ  ขับไป 2.5 กิโลเมตร ทางขวามือมีทางแยกไปน้ำตก น้ำตกจ๊อกกระดิ่น ขับตรงไปอีกนิด ทางซ้ายมือจะมีเส้นทางลงเขาปากทางปักป้ายไว้ว่า เหมืองสมศักดิ์ (บ้านป้าเกล็น)หากตรงไปเรื่อยก็ ถึงสภ.ต.ปิล๊อกวิ่งแยกซ้ายไปตามถนนดินอีกประมาณ 3กม. เส้นทางคดเคี้ยว ไปยังฐานของตำรวจ ตชด. ฐานปฎิบัติการช้างศึกลับมา เส้นทางเดิมผ่านถึง ช่องเขาขาด เลยมาอีกหน่อยก็ถึงจุดประสานสัมพันธไมตรี ไทย - พม่า หรือเนินชักธง ที่มีธงไทยปักไว้ให้รู้ว่าที่นี่คือ ดินแดน ไทย และมีธงพม่าปักไว้คู่กันตรงเส้นแดนพม่า จากจุดนี้หากมองลงมาทางฝั่งไทยก็จะมองเห็นตลาดอีต่อง มองเห็นท่อแก๊สที่เริ่ม ต้น วางเพื่อส่งแก๊สที่ไทยซื้อจากพม่าจากนั้นก็ขับไต่เขาลงไปเรื่อยๆผ่านทางเดินเข้าไปยัง หมู่บ้านอีต่อง รถทุกชนิดสามารถสัญจรได้ ยกเว้นบ้านป้าเกล็น ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ

2.รถโดยสารประจำทาง
ในสถานีขนส่งเมืองกาญจน์ มีรถทองผาภูมิ-สังขละ วิ่งทุกๆ 40 นาที เวลา 6.00-18.20 น. การเดินทางไปยังแหล่ง ท่องเที่ยวต่างๆ ในอำเภอทองผาภูมิ จากบริเวณตลาดอำเภอทองผาภูมิจะมีบริการรถโดยสารไป ปิล็อกและมี บริการเช่าเหมาไปยัง แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ สามารถติดต่อรถนำเที่ยวได้ที่รีสอร์ทที่พักในบ้านปิล๊อก